ภาคผนวก 8 การหนุนช่วยภาวะเจ็บปวดฝังลึก

สตาร์ฮอล์ค

สารบัญ
เนื้อหาหลักภาคผนวก

บทที่ 1 ยกปฏิบัติการขึ้นไปอีกขั้น

ในการเข้าร่วมชุมนุมหรือเข้าร่วมปฏิบัติการแต่ละครั้งเปิดโอกาสให้เราได้ใช้ชีวิตช่วงสั้นๆ ในโลกอุดมคติที่เราต่างวาดฝันไว้ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตย เราแบ่งงานกัน ช่วยกันแก้ปัญหา ดูแลกันและกัน แบ่งปันและเรียนรู้ทักษะต่างๆ ช่วงเวลาชุมนุมไม่กี่วันนั้นนับเป็นช่วงที่เราจะได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นๆ มากหน้าหลายตาที่เราไม่รู้จักมาก่อน นอกเหนือจากคนในชุมชนหรือเพื่อนพ้องเรา

บทที่ 2 เตรียมพร้อม! ข้อควรรู้เพื่อเข้าร่วมชุมนุมอย่างมีประสิทธิภาพ

การไปเข้าร่วมปฏิบัติการบนท้องถนนหรือการชุมนุมมวลชนแต่ละครั้งต้องใช้พลังงานมหาศาล ดังนั้นเมื่อเราไปถึงที่นั่นจะต้องมั่นใจว่าการไปเข้าร่วมของเราต้องได้ผล เราไม่ได้เดินทางมาตั้งไกลเพื่อที่จะ “ไปดูซะหน่อย” แต่เราเข้าร่วมก็เพื่อหนุนเสริมปฏิบัติการ เรายังทำหลายสิ่งหลายอย่างได้อีกมาก

บทที่ 3 การเป็นกลุ่มเครือสหาย และใช้ชีวิตในโลกที่คุณอยากเห็น

กลุ่มเครือสหายประกอบด้วยคนที่คิดคล้ายๆ กันหรือมีใจจะทำบางสิ่งบางอย่างมารวมตัวกัน ถ้าคุณเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนักกิจกรรม กลุ่มเครือสหายอาจจะตั้งขึ้นมาโดยคนที่สนใจจะทำงานในประเด็นใดประเด็นหนึ่งมารวมตัวกันและพูดคุยกัน เครือสหายจะกำหนดเป้าหมาย โครงสร้างและวัฒนธรรมกลุ่มของตนเอง

บทที่ 4 ปฏิบัติการสร้างความรู้

ขณะเตรียมจะเดินทางไปยังสถานที่ห่างไกลเพื่อประท้วง คุณจะพบคำถามมากมายอย่างแน่นอน ทำไมจะต้องเสียเวลาไปประท้วงด้วยล่ะ คุณประท้วงอะไร ทำไมถึงไม่ดีล่ะ คุณอาจรับมือกับคำถามเหล่านี้ทีละคำถาม หรือกลุ่มเครือสหายของคุณอาจจะจัดปฏิบัติการสร้างความรู้ขึ้นมาเองก็ได้

บทที่ 5 การเข้าหามวลชน

คนที่เกี่ยวข้องหรือมีความห่วงใยประเด็นหนึ่งๆ มีความรับผิดชอบที่จะทำหน้าที่อย่างขันแข็งในการเข้าหามวลชนในชุมชนและให้การศึกษา คณะกรรมการศิลปะและงานเขียนควรทำแผ่นพับที่พูดถึงประเด็น พูดถึงการที่จะเดินทางไปร่วมปฏิบัติการมวลชน

บทที่ 6 งานจัดการเกี่ยวกับการเดินทาง

มีเรื่องให้คิดตัดสินใจมากมายก่อนจะเริ่มต้นออกเดินทางไปยังสถานที่ปฏิบัติการ เมื่อคุณอยู่ในที่ปฏิบัติการ ระดับความเครียดก็สูงมากอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณเอาใจใส่กับเรื่องต่างๆ ต่อไปนี้ก่อนที่คุณจะจากบ้านจากเมือง คุณจะพบว่าตัวเองสามารถจดจ่ออยู่แต่เรื่องที่ว่าคุณมาร่วมปฏิบัติการนี้ทำไม

บทที่ 8 สื่อมวลชน

บ่อยครั้งที่ดูเหมือนว่าไม่ว่าเราจะทำอะไร สื่อมวลชนกระแสหลักก็ไม่ให้ความสำคัญกับนักกิจกรรมของเรา และเมินเฉยต่อความห่วงใยเรื่องประชาธิปไตยแท้จริงและกระบวนการประชาธิปไตย บางครั้งสื่อมวลชน “ทางเลือก” ก็ไม่ให้พื้นที่และความเอาใจใส่แก่เราอย่างที่เราคาดหวังจากพวกเขา ทำให้นักกิจกรรมหลายคนสงสัยว่าสื่อมวลชนนั้นคุ้มค่าความพยายามของเราหรือไม่

บทที่ 9 ที่เมืองของคุณ ในช่วงเวลาปฏิบัติการ

เพื่อให้คุณสามารถเดินทางไปเข้าร่วมปฏิบัติการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่เมืองของคุณยังมีกิจกรรมและภารกิจหลายอย่างที่ต้องทำ กิจกรรมและภารกิจต่างๆ นี้ เปิดโอกาสอย่างดีให้แก่นักกิจกรรมที่ไม่ได้เดินทางไปด้วยได้ร่วมทำบทบาทหน้าที่ ในขณะที่คุณวางแผนกิจกรรมและภารกิจเหล่านี้

บทที่ 10 เมื่อไปถึงเมืองที่มีปฏิบัติการ

และแล้ว คุณก็ไปอยู่ในที่ที่คุณอยากจะไป ในจังหวะเวลาที่คุณจะได้ทำอะไรก็ตามที่คุณตั้งใจมาทำ การหลีกเลี่ยงการก่อกวนของตำรวจหมายถึงการประพฤติตัวอย่างฉลาดและถูกกฎหมายดังที่จะได้อธิบายไว้ในส่วน “คำแนะนำเรื่องรถ” และ “คำแนะนำสำหรับคนเดินถนน” ข้างล่างนี้

บทที่ 11 กลับบ้าน หลังจากปฏิบัติการ

ออกจะเป็นเรื่องปกติที่เราจะนอนน้อยเกินไป หรือเครียดมากในระหว่างปฏิบัติการ และบ่อยครั้งที่เราไปอยู่ในเมืองที่ไม่คุ้น นอนในที่ที่ไม่คุ้น กินอาหารที่ไม่คุ้น และพบกับเพื่อนใหม่ๆ ที่เราไม่คุ้น เราอาจจะพยายามทำตัวให้มีประสิทธิภาพมากกว่าปกติเพราะว่าเดิมพันสูงกว่าปกติ

ภาคผนวก 4 การจัดการแสดงเอกภาพในคุกหรือในศาล

การแสดงเอกภาพในคุกหรือในศาล เป็นการผสมผสานเทคนิคการไม่ให้ความร่วมมือ (Non cooperation) และการต่อรองแบบหมู่ ที่กลุ่มนักกิจกรรมอาจจะนำไปใช้เพื่อเป็นการดูแลกันและกันในระบบกฎหมาย จุดผกผันของการแสดงเอกภาพเกิดขึ้นได้ก็เพราะว่าคุกหรือว่าศาลนั้น ถ้าจะดำเนินการไปได้อย่างราบรื่นก็ต้องให้คนเซื่องหรือว่าง่าย คุกคาดหวังว่านักโทษจะยอมเข้าแถว

ภาคผนวก 5 ความรู้พื้นฐานเพื่อการปฐมพยาบาล

คิดไว้ล่วงหน้า ว่าอะไรบ้างที่จำเป็นต้องมีและต้องนำไป ต้องรู้ว่าน่าจะเกิดอะไรขึ้น รู้ว่าจะหาความช่วยเหลือได้ที่ไหน และคิดวิธีการที่จะติดต่อกับเพื่อนให้ได้ถ้าหากว่าเกิดพลัดหลงกัน

ภาคผนวก 6 การเขียนใบแถลงข่าว

นักข่าวพูดภาษาเพียงภาษาเดียว นั่นคือภาษาของพวกเขาเอง ถ้าคุณต้องการจะเข้าถึงพวกเขา คุณก็ต้องพูดภาษาของพวกเขา นั่นหมายความว่าใบแถลงข่าวของคุณต้องเลียนแบบรูปแบบและวิธีการเขียนแบบข่าว มันง่ายและตรงไปตรงมา และถ้าคุณไม่ใช้แบบนี้ ใบแถลงข่าวของคุณจะไม่เป็นผล ต่อไปนี้เป็นวิธีเขียน

ภาคผนวก 8 การหนุนช่วยภาวะเจ็บปวดฝังลึก

การทำปฏิบัติการทางสังคมไม่ใช่เรื่องง่าย ในการที่จะยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งเพื่อโลก เพื่อเสรีภาพ และเพื่อสิทธิมนุษยชนในเวลาที่ยากลำบาก เรามักจะเผชิญกับความรุนแรง ที่ทำให้เจ็บปวด เราจำเป็นต้องรู้วิธีพยุงกันและกันไว้ ต้องรู้ถึงการตอบสนองแบบมนุษย์ของเราต่อภาวะเจ็บปวดฝังลึก

การหนุนช่วยภาวะเจ็บปวดฝังลึก

การทำปฏิบัติการทางสังคมไม่ใช่เรื่องง่าย ในการที่จะยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งเพื่อโลก เพื่อเสรีภาพ และเพื่อสิทธิมนุษยชนในเวลาที่ยากลำบาก เรามักจะเผชิญกับความรุนแรง ที่ทำให้เจ็บปวด เราจำเป็นต้องรู้วิธีพยุงกันและกันไว้ ต้องรู้ถึงการตอบสนองแบบมนุษย์ของเราต่อภาวะเจ็บปวดฝังลึก และรู้จักอาการของกลุ่มโรคความเครียดภายหลังประสบเหตุการณ์เจ็บปวดฝังลึก (Post Traumatic Stress Sydrome)

ข้างล่างนี้ได้ระบุอาการบางอย่างไว้ ทั้งหมดนั้นก็คือส่วนหนึ่งของการตอบสนองแบบมนุษย์ของเราต่อภาวะเจ็บปวดฝังลึก ความยาวนานของอาการและความรุนแรงของอาการนั้นต่างหาก ที่จะทำให้มันจะทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิต ถ้าคุณยังคงมีอาการที่ยังรุนแรงอยู่นาน 3 เดือนภายหลังปฏิบัติการ คุณจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ ระดับความเจ็บปวดของเราจะต่างกันไป ขึ้นกับพื้นเพของเรา และระดับของความรุนแรงที่ประสบ การเห็นคนอื่นถูกทุบตี ย่อมต่างจากการที่เราเองถูกทุบตี แต่นั่นก็ยังเป็นความเจ็บปวดอยู่นั่นเอง และอาจจะมีความรุนแรงทางอารมณ์มากกว่าด้วยก็ได้ คนที่มาจากครอบครัวที่ใช้ความรุนแรงในวัยเด็ก คนที่เคยถูกข่มขืน ถูกทำร้ายร่างกาย หรือถูกข่มเหงรังแก อาจมีความเสี่ยงที่ผลกระทบจากความรุนแรงจะตกค้างยาวนาน

อาการบางอย่าง

กินหรือนอนผิดปกติไปจากเดิม บางคนกินหรือนอนไม่ได้เลย บางคนอาจจะกินหรือนอนแบบหยุดไม่อยู่ ไม่สามารถลืมภาพหรือความทรงจำที่น่ากลัว ไม่สามารถจะมีความรู้สึกใดๆ หดหู่ ไม่รู้สึกมีความรื่นเริงในชีวิต โกรธแค้น (การโกรธแค้นเป็นการตอบโต้ที่สมควรต่อสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ความโกรธแค้นที่ทำให้คุณทำอะไรไม่ได้เลย หรือความโกรธแค้นที่ทำลายตัวคุณเอง หรือความโกรธแค้นที่ไปลงผิดคน ถือว่าเป็นอาการ)

การใช้ยาหรือเหล้าเพื่อเยียวยาตัวเอง ความกลัว ความกระวนกระวาย ความตื่นกลัว การทำร้าย และความกลัวแบบไม่มีเหตุผล ความรู้สึกผิด เสียใจ โทษตัวเอง คนที่หลบหนีเรื่องร้ายแรงที่สุดที่เกิดขึ้นได้ก็อาจจะมีความรู้สึกผิดแบบผิดที่ตัวเองรอดมาได้ ความเศร้ามากเกินไป ไม่สามารถทำหน้าที่ หรือวางแผน หรือตัดสินใจได้ตามปกติ ความรู้สึกอับอาย คิดหรือรู้สึกอยากฆ่าตัวตาย

คุณจะช่วยเหลือตัวคุณเองได้อย่างไร

ไปหาเพื่อนๆ หรือพันธมิตรของคุณเพื่อขอความช่วยเหลือและติดต่อกัน อย่าตัดขาดตัวเองจากคนอื่น จำไว้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของคุณ คุณไม่จำเป็นต้องรู้สึกอับอายหรือรู้สึกผิด แม้ว่าคุณจะพบว่าตัวเองมีอาการแบบนี้ต่อภาวะเจ็บปวดของคุณ คนที่ผิดก็คือคนที่ทุบตี ทำร้ายและฆ่า ก็คือคนที่ออกคำสั่งให้ทำอย่างนั้น แต่ไม่ใช่คุณ คุณรับมือได้ดีที่สุดแล้วกับสถานการณ์ที่โหดเหี้ยมขนาดนั้น การเป็นนักกิจกรรมคือสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ ความทุ่มเท และมโนธรรมของคุณ อย่ายอมให้คนอื่นพูดถึงคุณแบบอื่นที่ไม่ใช่แบบนี้

จงมีความภูมิใจ

เพื่อนและสมาชิกในครอบครัว อาจจะทำตัวชนิดที่ทำทุกอย่างให้แย่ลงไปอีกเพราะความทุกข์ของพวกเขาเอง คุณมีสิทธิเต็มที่ที่จะบอกให้พวกเขาหยุด ที่จะออกจากสถานการณ์ที่มีแต่จะทำลายคุณ และไปหาความช่วยเหลือจริงๆ จำไว้ว่าคนเราสามารถเอาตัวให้รอดพ้นจากเรื่องที่โหดร้ายแบบนั้นได้จริง และจะกลับมาแข็งแกร่งขึ้นอีก แต่คุณจำเป็นต้องใช้เวลาที่จะทุ่มเทให้กับการเยียวยาตัวเอง ตอนนี้อย่าวิตกว่าคุณจะกลับมาทำปฏิบัติการได้อีกหรือไม่ จงรู้ไว้ว่า การเยียวยาตัวเองจากเหตุการณ์นี้ก็คือการปฏิบัติการทางการเมืองเหมือนกัน

สิ่งที่คุณจะช่วยเหลือเพื่อนๆได้

  • หาพวกเขาให้พบ
  • ติดต่อกับพวกเขา
  • อย่าปล่อยให้พวกเราหายตัวไปอยู่คนเดียว 
  • คนที่ฉันเป็นห่วงเป็นพิเศษก็คือคนที่อาจจะมาร่วมการปฏิบัติการเพียงลำพัง หรือไม่มีเพื่อนอยู่ในเมืองเดียวกัน พวกเขาจำเป็นต้องมีการติดต่อกับคนที่เคยไปปฏิบัติการ คนที่อย่างน้อยก็เข้าใจอะไรบ้างเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาเผชิญ
  • ติดต่อกันเสมอ
  • โทรศัพท์ถึงพวกเขา ถามว่าเป็นอย่างไรบ้างถ้าคนนั้นกำลังนอนอยู่
  • จำไว้ว่า แรกๆ ผู้คนมักจะคิดว่าตัวเองสบายดี แต่ต่อมาก็เริ่มจะเป็นทุกข์จากผลของภาวะเจ็บปวดฝังลึก
  • ต้องตั้งใจว่าจะติดต่อกันไปอย่างน้อยก็เป็นเดือนๆ ไม่ใช่แค่สองสามวันแรก
  • ช่วยให้พวกเขาพูด เราจำเป็นต้องบอกเล่าเรื่องราวของเรา และบางครั้งก็ต้องเล่าซ้ำแล้วซ้ำอีก ดีที่สุดก็คือบอกเล่ากับคนเคยผ่านเหตุการณ์มาแล้วและมีความเข้าใจ แต่ถ้าเป็นไปไม่ได้ ก็บอกกับใครก็ได้ที่อย่างน้อยก็รับฟัง ยอมรับความรู้สึกของเราแบบเต็มๆ โดยไม่พยายามปลอบเรา
  • หาอาหารให้เขากิน ไปซื้อของ ทำอาหาร และทำความสะอาดให้เขา ดูแลสัตว์เลี้ยงของเขา
  • อยู่เป็นเพื่อนเขา ช่วยพาเขาไปยังที่ที่เขาต้องไป
  • เป็นตัวแทนของเขาในกระบวนการทางการแพทย์ ทางกฎหมาย หรือในทางสุขภาพจิต 
  • ช่วยเขาจัดกำหนดนัดหมายต่างๆ และไปเป็นเพื่อน
  • ช่วยเขากรอกแบบฟอร์มต่างๆ และเขียนแถลงการณ์
  • หาความช่วยเหลือและทรัพยากรให้เขาตามสมควร
  • ช่วยพูดแทนเขากับโรงเรียนหรือกับที่ทำงานของเขา
  • ช่วยประคับประคองครอบครัวและเพื่อนของเขา ที่ยังคงตกอยู่ในความเศร้า อาการช็อก และความโกรธแค้น
  • พูดแทนเขา หรือเป็นกันชนระหว่างพวกเขากับสมาชิกในครอบครัว คนรัก หรือเพื่อน ซึ่งคนเหล่านี้ ด้วยระดับความเครียดและความกลัวของพวกเขาเองจะทำให้พวกเขาตอบโต้ในแบบที่ไม่เป็นประโยชน์
  • ยินดีให้พวกเขาระบายความโกรธใส่คุณ
  • พยายามอธิบายอย่างละมุนละม่อมถึงความเป็นจริงของเรื่องที่เกิดขึ้น
  • ช่วยให้พวกเขาไปเป็นพยาน แต่อย่าชี้นำ คนบางคนอาจจะพบว่าจะรู้สึกสบายขึ้นอย่างมากที่สุดเมื่อได้พูดออกไป และเล่าเรื่องราวของตนแก่สาธารณะ คุณอาจช่วยเชิญสื่อมวลชน หรือจัดสถานที่ให้พวกเขาได้เล่าเรื่องกับกลุ่มคน แต่สำหรับบางคน การทำแบบนี้อาจจะเป็นการกระตุ้นอย่างรุนแรง ช่วยให้พวกเขาพบวิธีที่จะเป็นพยานได้ เช่นเขียนเล่าเรื่องราว เขียนแถงการณ์ที่ให้คนอื่นอ่านให้ อัดเสียงหรือถ่ายวิดีโอที่บ้าน
  • ต่อสู้ต่อไป หาวิธีที่พวกเขาจะยังคงติดต่อกับการต่อสู้และยังคงเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้ แม้ว่าพวกไม่อาจจะออกไปร่วมทำปฏิบัติการได้

ทั้งหมดนี้ จำไว้ว่าเพื่อนของคุณเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบต่อการเยียวยาตัวของเขาเอง อย่าทำตัวเป็นพ่อแม่เขาหรือทำให้เขาเป็นเหมือนเด็กๆ แต่สนับสนุนให้เขาสามารถเลือกหนทางด้วยตัวเอง   

(จากเว็บไซต์ http://portland.indymedia.org/en/2003/12/275890.shtml เขียนโดยสตาร์ฮอล์ค)


ผู้แปล: ลภาพรรณ ศุภมันตา 

แปลจาก “mass action handbook: getting your community on the road and into the street”, http://www.uproot.info/actionhandbook/index.html

Scroll Up