ภาคผนวก 1 การสังเกตการณ์ด้านกฎหมาย

(โดยกลุ่มจัสต์คอส ลอว์ คอลเล็คทีฟ)

สารบัญ
เนื้อหาหลักภาคผนวก

บทที่ 1 ยกปฏิบัติการขึ้นไปอีกขั้น

ในการเข้าร่วมชุมนุมหรือเข้าร่วมปฏิบัติการแต่ละครั้งเปิดโอกาสให้เราได้ใช้ชีวิตช่วงสั้นๆ ในโลกอุดมคติที่เราต่างวาดฝันไว้ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตย เราแบ่งงานกัน ช่วยกันแก้ปัญหา ดูแลกันและกัน แบ่งปันและเรียนรู้ทักษะต่างๆ ช่วงเวลาชุมนุมไม่กี่วันนั้นนับเป็นช่วงที่เราจะได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นๆ มากหน้าหลายตาที่เราไม่รู้จักมาก่อน นอกเหนือจากคนในชุมชนหรือเพื่อนพ้องเรา

บทที่ 2 เตรียมพร้อม! ข้อควรรู้เพื่อเข้าร่วมชุมนุมอย่างมีประสิทธิภาพ

การไปเข้าร่วมปฏิบัติการบนท้องถนนหรือการชุมนุมมวลชนแต่ละครั้งต้องใช้พลังงานมหาศาล ดังนั้นเมื่อเราไปถึงที่นั่นจะต้องมั่นใจว่าการไปเข้าร่วมของเราต้องได้ผล เราไม่ได้เดินทางมาตั้งไกลเพื่อที่จะ “ไปดูซะหน่อย” แต่เราเข้าร่วมก็เพื่อหนุนเสริมปฏิบัติการ เรายังทำหลายสิ่งหลายอย่างได้อีกมาก

บทที่ 3 การเป็นกลุ่มเครือสหาย และใช้ชีวิตในโลกที่คุณอยากเห็น

กลุ่มเครือสหายประกอบด้วยคนที่คิดคล้ายๆ กันหรือมีใจจะทำบางสิ่งบางอย่างมารวมตัวกัน ถ้าคุณเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนักกิจกรรม กลุ่มเครือสหายอาจจะตั้งขึ้นมาโดยคนที่สนใจจะทำงานในประเด็นใดประเด็นหนึ่งมารวมตัวกันและพูดคุยกัน เครือสหายจะกำหนดเป้าหมาย โครงสร้างและวัฒนธรรมกลุ่มของตนเอง

บทที่ 4 ปฏิบัติการสร้างความรู้

ขณะเตรียมจะเดินทางไปยังสถานที่ห่างไกลเพื่อประท้วง คุณจะพบคำถามมากมายอย่างแน่นอน ทำไมจะต้องเสียเวลาไปประท้วงด้วยล่ะ คุณประท้วงอะไร ทำไมถึงไม่ดีล่ะ คุณอาจรับมือกับคำถามเหล่านี้ทีละคำถาม หรือกลุ่มเครือสหายของคุณอาจจะจัดปฏิบัติการสร้างความรู้ขึ้นมาเองก็ได้

บทที่ 5 การเข้าหามวลชน

คนที่เกี่ยวข้องหรือมีความห่วงใยประเด็นหนึ่งๆ มีความรับผิดชอบที่จะทำหน้าที่อย่างขันแข็งในการเข้าหามวลชนในชุมชนและให้การศึกษา คณะกรรมการศิลปะและงานเขียนควรทำแผ่นพับที่พูดถึงประเด็น พูดถึงการที่จะเดินทางไปร่วมปฏิบัติการมวลชน

บทที่ 6 งานจัดการเกี่ยวกับการเดินทาง

มีเรื่องให้คิดตัดสินใจมากมายก่อนจะเริ่มต้นออกเดินทางไปยังสถานที่ปฏิบัติการ เมื่อคุณอยู่ในที่ปฏิบัติการ ระดับความเครียดก็สูงมากอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณเอาใจใส่กับเรื่องต่างๆ ต่อไปนี้ก่อนที่คุณจะจากบ้านจากเมือง คุณจะพบว่าตัวเองสามารถจดจ่ออยู่แต่เรื่องที่ว่าคุณมาร่วมปฏิบัติการนี้ทำไม

บทที่ 8 สื่อมวลชน

บ่อยครั้งที่ดูเหมือนว่าไม่ว่าเราจะทำอะไร สื่อมวลชนกระแสหลักก็ไม่ให้ความสำคัญกับนักกิจกรรมของเรา และเมินเฉยต่อความห่วงใยเรื่องประชาธิปไตยแท้จริงและกระบวนการประชาธิปไตย บางครั้งสื่อมวลชน “ทางเลือก” ก็ไม่ให้พื้นที่และความเอาใจใส่แก่เราอย่างที่เราคาดหวังจากพวกเขา ทำให้นักกิจกรรมหลายคนสงสัยว่าสื่อมวลชนนั้นคุ้มค่าความพยายามของเราหรือไม่

บทที่ 9 ที่เมืองของคุณ ในช่วงเวลาปฏิบัติการ

เพื่อให้คุณสามารถเดินทางไปเข้าร่วมปฏิบัติการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่เมืองของคุณยังมีกิจกรรมและภารกิจหลายอย่างที่ต้องทำ กิจกรรมและภารกิจต่างๆ นี้ เปิดโอกาสอย่างดีให้แก่นักกิจกรรมที่ไม่ได้เดินทางไปด้วยได้ร่วมทำบทบาทหน้าที่ ในขณะที่คุณวางแผนกิจกรรมและภารกิจเหล่านี้

บทที่ 10 เมื่อไปถึงเมืองที่มีปฏิบัติการ

และแล้ว คุณก็ไปอยู่ในที่ที่คุณอยากจะไป ในจังหวะเวลาที่คุณจะได้ทำอะไรก็ตามที่คุณตั้งใจมาทำ การหลีกเลี่ยงการก่อกวนของตำรวจหมายถึงการประพฤติตัวอย่างฉลาดและถูกกฎหมายดังที่จะได้อธิบายไว้ในส่วน “คำแนะนำเรื่องรถ” และ “คำแนะนำสำหรับคนเดินถนน” ข้างล่างนี้

บทที่ 11 กลับบ้าน หลังจากปฏิบัติการ

ออกจะเป็นเรื่องปกติที่เราจะนอนน้อยเกินไป หรือเครียดมากในระหว่างปฏิบัติการ และบ่อยครั้งที่เราไปอยู่ในเมืองที่ไม่คุ้น นอนในที่ที่ไม่คุ้น กินอาหารที่ไม่คุ้น และพบกับเพื่อนใหม่ๆ ที่เราไม่คุ้น เราอาจจะพยายามทำตัวให้มีประสิทธิภาพมากกว่าปกติเพราะว่าเดิมพันสูงกว่าปกติ

ภาคผนวก 4 การจัดการแสดงเอกภาพในคุกหรือในศาล

การแสดงเอกภาพในคุกหรือในศาล เป็นการผสมผสานเทคนิคการไม่ให้ความร่วมมือ (Non cooperation) และการต่อรองแบบหมู่ ที่กลุ่มนักกิจกรรมอาจจะนำไปใช้เพื่อเป็นการดูแลกันและกันในระบบกฎหมาย จุดผกผันของการแสดงเอกภาพเกิดขึ้นได้ก็เพราะว่าคุกหรือว่าศาลนั้น ถ้าจะดำเนินการไปได้อย่างราบรื่นก็ต้องให้คนเซื่องหรือว่าง่าย คุกคาดหวังว่านักโทษจะยอมเข้าแถว

ภาคผนวก 5 ความรู้พื้นฐานเพื่อการปฐมพยาบาล

คิดไว้ล่วงหน้า ว่าอะไรบ้างที่จำเป็นต้องมีและต้องนำไป ต้องรู้ว่าน่าจะเกิดอะไรขึ้น รู้ว่าจะหาความช่วยเหลือได้ที่ไหน และคิดวิธีการที่จะติดต่อกับเพื่อนให้ได้ถ้าหากว่าเกิดพลัดหลงกัน

ภาคผนวก 6 การเขียนใบแถลงข่าว

นักข่าวพูดภาษาเพียงภาษาเดียว นั่นคือภาษาของพวกเขาเอง ถ้าคุณต้องการจะเข้าถึงพวกเขา คุณก็ต้องพูดภาษาของพวกเขา นั่นหมายความว่าใบแถลงข่าวของคุณต้องเลียนแบบรูปแบบและวิธีการเขียนแบบข่าว มันง่ายและตรงไปตรงมา และถ้าคุณไม่ใช้แบบนี้ ใบแถลงข่าวของคุณจะไม่เป็นผล ต่อไปนี้เป็นวิธีเขียน

ภาคผนวก 8 การหนุนช่วยภาวะเจ็บปวดฝังลึก

การทำปฏิบัติการทางสังคมไม่ใช่เรื่องง่าย ในการที่จะยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งเพื่อโลก เพื่อเสรีภาพ และเพื่อสิทธิมนุษยชนในเวลาที่ยากลำบาก เรามักจะเผชิญกับความรุนแรง ที่ทำให้เจ็บปวด เราจำเป็นต้องรู้วิธีพยุงกันและกันไว้ ต้องรู้ถึงการตอบสนองแบบมนุษย์ของเราต่อภาวะเจ็บปวดฝังลึก

นิยามของการเป็นผู้สังเกตการณ์ด้านกฎหมาย

ผู้สังเกตการณ์ด้านกฎหมายจะเฝ้าจับตามองและบันทึกการปฏิบัติการของตำรวจในการประท้วงหรือการชุมนุม ผู้สังเกตการณ์มีความสำคัญเพราะพวกเขาอาจป้องกันความโหดเหี้ยมของตำรวจได้ และเนื่องจากพวกเขาเก็บรวบรวมข้อมูลที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อกระทบวนการทางศาลในเวลาต่อมา นอกจาก นี้ พวกเขายังช่วยเหลือนักกิจกรรมที่ถูกจับอย่างไม่คาดมาย หรือคนที่ต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์ โดยการแจ้งข่าวให้ทีมหนุนช่วยที่จัดตั้งสำหรับการประท้วง

บทบาทของผู้สังเกตการณ์มีแตกต่างกันไป มีตั้งแต่อาสาสมัครเฝ้าระวังสันติภาพหรือเป็นโฆษก ผู้สังเกตการณ์ไม่ควรเกี่ยวข้องกับการควบคุมฝูงชน การไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง หรือพูดสนับสนุนผู้ประท้วง ตำรวจมักจะมองหาว่าใครเป็นแกนนำที่พวกเขาจะเจรจาต่อรองได้ และสื่อเองก็มักจะมองหานักกิจกรรมที่พวกตนจะสัมภาษณ์ คุณต้องบอกพวกเขาให้ชัดเจนว่าคุณมาอยู่ในที่นั้นในฐานะผู้สังเกตการณ์ ไม่ใช่เป็นโฆษก

ประเภทของการประท้วง

ให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจธรรมชาติของการประท้วงที่คุณสังเกตการณ์ มันเป็นการเดินขบวนที่ได้ขออนุญาตแล้วหรือเปล่า และได้รับอนุญาตแค่ไหน นี่เป็นการประท้วงหรือการชุมนุมคู่ขนานหรือเปล่า นี่เป็นปฏิบัติการทางตรงแบบไม่ใช้ความรุนแรง (หรือการดื้อแพ่ง) หรือเปล่า การชุมนุมประท้วงบางครั้งก็อาจจะมีรูปแบบผสมผสาน อย่างเช่น กลุ่มบางกลุ่มอาจจะแยกตัวออกมาจาการเดินขบวนที่ได้รับอนุญาต เพื่อมาทำปฏิบัติการทางตรงแบบไม่ใช้ความรุนแรง ในขณะที่คนส่วนที่เหลืออาจจะเฝ้าดู หรือเดินต่อไป การรู้จักประเภทของการชุมนุมประท้วงที่คุณสังเกตการณ์จะช่วยให้คุณอยู่ในสถานะที่ปลอดภัยและได้เปรียบ

คำแนะนำว่าด้วยความปลอดภัย

ในขณะที่ทำหน้าที่ผู้สังเกตการณ์ด้านกฎหมาย จงทำตามคำแนะนำนี้ เพื่อที่จะลดโอกาสที่คุณจะถูกจับเสียเอง และเพิ่มความปลอดภัยกับความน่าเชื่อถือของคุณถ้าหากคุณถูกจับ 

  • ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ว่าทางกายหรือวาจา ต่อใครทั้งนั้น
  • ไม่ทำลายหรือทำให้ทรัพย์สินเสียหาย
  • ไม่ใช้และไม่พกพายาหรือเหล้า เว้นแต่ที่มีใบสั่งทางการแพทย์
  • ไม่พกพาอาวุธ

ต้องทำงานร่วมกัน

ผู้สังเกตการณ์ด้านกฎหมายจะทำงานเป็นคู่ ที่จะสอบทานการหลักฐานของกันและกัน และช่วยระวังความปลอดภัยให้กันและกัน ปกติแล้วคนหนึ่งจะบันทึกภาพและอีกคนหนึ่งจะเขียนบันทึก คนที่ใช้กล้องถ่ายภาพจะต้องมีเพื่อนอีกคนคอยแนะนำและปกป้อง เพราะจะเห็นว่าในที่นั้นกำลังเกิดอะไรขึ้น

การเตรียมการ

ทำให้ตัวเองคุ้นเคยกับพื้นที่ที่คุณจะเข้าไปสังเกตการณ์ จำชื่อถนนและทิศทาง ต้องรู้ว่าจะหาโทรศัพท์สาธารณะ ห้องน้ำ อาหาร แบตเตอรี่หรือฟิล์มได้ที่ไหน เพราะร้านค้าอาจจะปิดในช่วงที่มีการชุมนุมประท้วง แต่บางร้านอาจจะเปิดและช่วยให้พื้นที่แก่เรา

ต้องจำคนได้ว่ามาจากกลุ่มไหน เช่นทีมสื่อสารของนักกิจกรรม ทีมกฎหมาย ทีมแพทย์ ต้องมีหมายเลขโทรศัพท์ของกลุ่มต่างๆ นั้น ต้องรู้ว่าเต็นท์กลุ่มแพทย์อยู่ตรงไหน และคิดไว้เลยว่าจะบอกทางให้คนไปที่เต็นท์นั้นได้อย่างไร ต้องรู้ว่าสถานีตำรวจและคุกอยู่ที่ไหน และต้องถามถึงสถานที่ที่อาจจะกักขังคนชั่วคราวได้ (เช่นสนามกีฬา คลังสรรพาวุธ หรือโรงยิม บางครั้งก็อาจจะใช้เวลาจับคนจำนวนมาก)

ทบทวนแบบรายงานตำรวจประพฤติมิชอบ เพื่อให้คุ้นว่าข้อมูลประเภทไหนที่ต้องเก็บ ฝึกทำงานกับเพื่อนคู่หู เพื่อให้สะดวกกับการนำข้อมูลที่เป็นวิดีโอหรือภาพถ่ายใส่ลงในแบบบันทึกสำหรับผู้สังเกตการณ์ด้านกฎหมาย และทบทวนเกี่ยวกับการแจ้งข้อหาหรือการละเมิดกฎหมาย เพื่อที่คุณจะได้ช่วยพิสูจน์ว่าคนถูกจับแบบผิดกฎหมายหรือไม่

ฝึกการกะระยะทาง โดยกำหนดระยะต่างๆ บนทางเดินถนน (เช่น 10 ฟุต/เมตร, 15 ฟุต/เมตร, 20 ฟุต/เมตร, 30 ฟุต/เมตร) และจำไว้ หาความกว้างมาตรฐานของถนนและทางเท้าในที่ที่คุณจะสังเกตการณ์

อุปกรณ์

ในคู่หูที่ทำงานด้วยกัน ต้องมีคนหนึ่งที่สวมนาฬิกาข้อมือที่อ่านง่าย พกปากกาและกระดานคลิปบอร์ดที่เหน็บแบบบันทึกสำหรับผู้สังเกตการณ์ด้านกฎหมาย อย่างน้อย 30 ใบ พกแบบรายงานตำรวจประพฤติมิชอบอย่างน้อย 5 ใบไว้ในที่ที่หยิบง่าย และคุณจะได้ใส่ข้อมูลที่ได้จากแบบบันทึกของคุณ

อีกคนหนึ่งต้องมีกล้องถ่ายรูปหรือกล้องถ่ายวิดีโอ จะใช้กล้องแบบถ่ายครั้งเดียวก็ได้ พกฟิล์ม (ถ้าต้องใช้) หรือแบตเตอรี่ไว้เยอะๆ

คุณควรต้องมีโทรศัพท์มือถือหรือวิทยุติดต่อไว้กับตัว ไม่อย่างนั้นจะยากที่ผู้ประสานงานกลุ่มผู้สังเกตการณ์จะติดต่อคุณให้ไปยังที่ที่พวกเขาต้องการให้คุณไป ถ้าไม่มีก็ต้องไปขอยืมมาและต้องให้แน่ใจว่าผู้ประสานงานรู้หมายเลขโทรศัพท์ของคุณ 

กล้องส่องทางไกลแบบสองตาหรือแบบตาเดียวก็มีประโยชน์ด้วยเหมือนกัน ถ้าคุณใช้กล้องส่องทางไกลก็บันทึกลงไปด้วยว่าใช้ เพื่อให้รายงานของคุณเชื่อถือได้ เช่นเวลาคุณอ้างว่าเห็นหมายเลขประจำตัวตำรวจที่อยู่ห่างไปสัก 50 ฟุต

คุณพูดได้เร็วกว่าเขียน ดังนั้นถ้ามีเครื่องอัดเสียงจะช่วยได้มาก เช่นเครื่องพีดีเอ หรือเอ็มพี3 โทรศัพท์มือถือก็ใช้ได้ เพราะคุณสามารถบันทึกลงในว็อยซ์เมล์ได้ ฝึกใช้เครื่องมือที่คุณมีทุกชนิด เพราะคุณอาจต้องเปลี่ยนไปใช้หลายๆ แบบถ้าเครื่องมือของคุณความจำเต็มหรือแบตเตอรี่หมด

และคุณต้องนำแบตเตอรี่สำรองสำหรับกล้อง อุปกรณ์บันทึกเสียง และโทรศัพท์มือถือไปด้วย

นำถุงพลาสติกแบบซิบ (เหมือนซองยา) ขนาดต่างๆ ไปสักหลายใบ พร้อมกับสติกเกอร์ เอาไว้เขียนบนถุง เพื่อที่คุณอาจจะเก็บหลักฐานบางอย่างได้ และให้นำกระดาษทิชชูและถุงมือยางหรือพลาสิตกแบบใช้ครั้งเดียวเพื่อใช้จับของที่คุณเก็บได้

ชอล์กก็มีประโยชน์สำหรับการหมายตำแหน่งของคุณบนทางเท้าหรือบนถนน เพื่อที่ว่าคุณจะได้กลับมาที่เดิมได้และวัดระยะทางระหว่างตำแหน่งของคุณกับตำแหน่งที่เกิดเหตุที่คุณสังเกตการณ์ ให้เอาตลับเมตรหรือสายวัดไปด้วยคุณจะได้ไม่ต้องกะเอา แล้วถ่ายรูปที่ที่หมายด้วยชอล์กไว้ด้วย เผื่อถูกลบ

การรักษาหลักฐานให้ปลอดภัย

ผู้ประสานงานของคุณอาจจัดให้มีคนวิ่งเอกสาร ที่จะมารับแบบบันทึก เทปวิดีโอ เม็มโมรีการ์ดของกล้องดิจิตอล หรืออื่นๆ ด้วยวิธีนี้ ถึงคุณจะถูกจับก็ไม่เสียงานที่คุณทำมา อีกทางหนึ่งคุณก็อาจจะเตรียมซองเอกสาร (แบบกันกระแทกสำหรับเทปหรือเม็มโมรีการ์ด) จ่าหน้าซอถึงตัวคุณเอง และติดแสตมป์ให้เรียบร้อย ทุกครั้งที่คุณเก็บหลักฐานได้มากพอ คุณก็หย่อนลงตู้ไปรษณีย์ที่ใกล้ที่สุดได้

ถ้าคุณเห็นตำรวจประพฤติมิชอบ ให้กรอกแบบรายงานตำรวจประพฤติมิชอบให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดีที่สุดภายในสองสามชั่วโมงก่อนที่จะลืม ทบทวนบันทึกที่คุณเขียนหลายๆ ครั้ง ตอนที่คุณกรอกแบบรายงานเพื่อที่คุณจะได้เก็บรายละเอียดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ให้แน่ใจว่าคุณรู้วิธีและสถานที่ที่จะส่งมอบภาพถ่าย เทปบันทึกเสียง บันทึกและรายงาน ไม่ว่าในกรณีใด คุณไม่อาจส่งมอบสิ่งเหล่านี้ให้กับใครก็ตามที่พิสูจน์ตัวเองไม่ได้ว่าได้รับหน้าที่จากผู้ประสานงานผู้สังเกตการณ์ด้านกฎหมายให้มารับมอบงานของคุณ มันจะปลอดภัยกว่าถ้าจะส่งมอบหลักฐานของคุณโดยตรงไปยังสำนักงานของผู้ประสานงานโดยไปส่งเองหรือส่งไปรษณีย์

การแต่งกาย

แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่จะบ่งบอกว่าคุณเป็นผู้สังเกตการณ์ด้านกฎหมาย ควรมีเสื้อยืด แถบแขนเสื้อ หมวก หรือป้ายชื่อ ที่ระบุว่า “ผู้สังเกตการณ์ด้านกฎหมาย” ตัวอย่างเช่นกลุ่มเนชันแนล ลอเยอร์ กิลด์ ใช้หมวกแก๊บสีเขียวสะท้อนแสง ให้สอบถามกับผู้ประสานงานของคุณ

คุณจะได้รับความน่าเชื่อถือมากขึ้นและมีโอกาสถูกจับน้อยลงถ้าคุณแต่งตัวแบบเรียบร้อย ลองดูการแต่งตัวของนักข่าวกระแสหลัก ซึ่งมักจะเป็นเครื่องแต่งกายที่สวมสบายและไม่เตะตา

นำเสื้อผ้าสำรองไปด้วยโดยเก็บไว้ในซองพลาสติกปิดผนึก คุณอาจต้องใช้ถ้าเสื้อผ้าของคุณที่สวมอยู่เปื้อนแก๊สน้ำตาหรือสเปรย์พริกไทย สวมถุงเท้า นำหมวกและแว่นกันแดดไปด้วย อย่าสวมเน็คไท ผ้าพันคอ หรือเครื่องประดับ (โดยเฉพาะแบบเจาะเสียบกับร่างกาย) ที่อาจจะจับและลากคุณไปได้

สิ่งที่นำไปด้วย

นำเงินสำหรับค่าอาหาร ค่าเดินทางหรือสำหรับโทรศัพท์มือถือ นำน้ำกับอาหารไปให้พอ น้ำให้นำไปมากกว่าที่คุณจะดื่ม เพราะคุณอาจจะใช้ล้างแผลหรือล้างแก๊สน้ำตาหรือสเปรย์พริกไทย อาจเอาน้ำใส่ขวดแบบบีบได้  ควรมีครีมกันแดดและชุดปฐมพยาบาล ถ้าคุณต้องใช้ยาที่แพทย์สั่ง ให้เอาไปทั้งบรรจุภัณฑ์เดิมของยานั้น และให้มีฉลากทางเภสัชอยู่ด้วย ถ้าคุณเป็นโรคหอบหืดหรือมีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจอื่นๆ ให้นำยาไปด้วย เพื่อป้องกันตัวเองจากอาวุธเคมี

อาวุธเคมี

การใช้แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทยกับนักกิจกรรมมีเพิ่มขึ้นมาก จงอย่าสวมคอนแท็กเลนส์ สารระคายเคืองที่เป็นเคมีที่ถูกดูดซับหรือกักไว้ภายใต้คอนแท็กเลนส์ จะทำลายดวงตาได้

มีบางคนที่นำหน้ากากกันแก๊สไปยังที่ประท้วงด้วย แม้ว่าหน้ากากนี้จะสะดุดตาเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตาม ถ้าคุณคิดจะนำไปด้วย ให้เอารุ่น M17A1 หรือเทียบเท่าที่มีเลนส์กันแตกและตัวกรองที่ไม่ใช่แร่ใยหิน หรือตัวเลือกอื่นได้แก่ แว่นตาสำหรับว่ายน้ำ หรืออุปกรณ์ปิดจมูกที่มีที่กรอง (มีขายที่ร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง) หลีกเลี่ยงการสวมหน้ากากหรือการใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่ปิดจมูกไว้นานเกินจำเป็น เพราะตำรวจอาจจะกระตือรือร้นในการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการสวมหน้ากากในที่ประท้วงก็ได้ 

อย่าทาวาสลิน น้ำมันแร่ ครีมที่ทำให้ผิวชุมชื้น หรือเครื่องสำอางแต่งหน้า ที่ผิว ให้ใช้ครีมกันแดดที่ ไม่มีน้ำมัน อาวุธเคมีจะจับกับสารที่มีน้ำมันและชำระออกได้ยาก

เสื้อผ้าที่ช่วยป้องกันคุณจากอาวุธเคมีได้ดีคือเสื้อผ้าที่ทำจากใยสังเคราะห์ที่กันน้ำ (พวกผ้าร่ม เช่นเสื้อแจ๊กเก็ตกันลม และกางเกงกีฬา)โดยเฉพาะที่คลุมถึงคอ ข้อมือ และ ข้อเท้า ควรเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ ถ้าเสื้อผ้าเก่าถูกอาวุธเคมี ให้นำเสื้อผ้าสำรองใส่ในถุงพลาสติกปิดผนึกไปด้วย

อาวุธไม่ร้ายแรง

ในที่ประท้วงหลายแห่ง หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอาจจะยิงอาวุธ “ไม่ร้ายแรง” ที่รวมถึงกระสุนยาง (มีขนาดตั้งแต่เท่าเม็ดถั่วจนถึงก้อนหิน) กระสุนไม้ (เดือยขนาด 1 นิ้ว ยาวนิ้วครึ่ง) และถุงถั่ว (ถุงตาข่ายขนาด 3×4 นิ้วใส่ขุยพลาสติก) 

อาวุธพวกนี้จำทำให้เกิดบาดแผลลึกและกระดูกหักได้ แต่ที่เป็นอันตรายที่สุดก็คือดวงตาของคุณ สำหรับการป้องกัน ให้นำหน้ากากพลาสติกแบบโล่สำหรับช่างไม้ (มีขายที่ร้านอุปกรณ์ก่อสร้าง) โดยสวมทับแว่นตาหรือแว่นตาสำหรับว่ายน้ำ เพราะทั้งสองอย่างนี้แตกได้)

หมายเหตุ ผู้สังเกตการณ์ด้านกฎหมายมักจะอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่เสมอ ซึ่งจะเกิดความรู้สึกรับผิดชอบทางมโนธรรมที่จะเข้าไปแทรกแซง โดยทั่วไปแล้ว จะเป็นสถานการณ์เช่นผู้สังเกตการณ์พบเห็นนักกิจกรรมกำลังถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายบังคับใช้กฎหมายทำร้ายอย่างรุนแรง และพยายามพูดกับเจ้าหน้าที่ หรือเข้าไปกันเหยื่อโดยไม่ใช้ความรุนแรง ถ้าคุณตระหนักว่าจำเป็นต้องละทิ้งบทบาทผู้สังเกตการณ์แล้ว จงจำว่า

  • ต้องไม่ใช้ความรุนแรง
  • ต้องแสดงออกว่าคุณละทิ้งบทบาทผู้สังเกตการณ์แล้ว โดยการถอดสัญลักษณ์ เช่นหมวก แถบแขนเสื้อ หรืออื่นๆ ออกจากตัว
  • ต้องส่งมอบบันทึกและอุปกรณ์ของคุณให้กับผู้สังเกตการณ์คนอื่น

รายการตรวจสอบสำหรับผู้สังเกตการณ์ทางกฎหมาย

  1. รายละเอียดของเหตุการณ์ที่ตำรวจประพฤติมิชอบ (เช่นการทำร้ายด้วยวาจา การจับกุมแบบไม่ชอบด้วยกฎหมาย การใช้กำลังเกินความจำเป็น) เช่น วันที่ เวลา และสถานที่ ที่ถูกต้อง ให้บันทึกด้วยถ้าตำรวจไม่ได้กล่าวเตือน หรือไม่ยอมปล่อยให้สลายตัว และอื่นๆ
  2. ชื่อเล่นหรือชื่อกลุ่มเครือสหายของเหยื่อ 
  3. ชื่อ ที่อยู่ อีเมล์ และหมายเลขโทรศัพท์ของพยานคนอื่น
  4. ชื่อและวิธีการติดต่อ สำหรับนักข่าว ช่างภาพ หรือช่างภาพวิดีโอ
  5. จำนวนเจ้าหน้าที่ และยานพาหนะของหน่วยบังคับใช้กฎหมาย
  6. ชื่อ ยศ และหมายเลขของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สั่งการ (บันทึกไว้ด้วย ถ้าเจ้าหน้าที่ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล)
  7. ชื่อ ยศ หมายเลขประจำตัวเจ้าหน้าที่ รายละเอียด และหน่วยของเจ้าหน้าที่แต่ละคนที่อยู่ในที่นั้น   (บันทึกไว้ด้วย ถ้าเจ้าหน้าที่ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล)
  8. หมายเลขทะเบียนรถของรถตำรวจ
  9. หมายเลขทะเบียนรถของรถส่วนบุคคลที่วิ่งผ่านที่ประท้วง
  10. เครื่องมือและอาวุธของตำรวจ เช่นเสื้อเกราะ โล่ กระบอง แก๊สน้ำตา สเปรย์พริกไทย ปืนไฟฟ้า กระสุนยาง กระสุนไม้ ถุงถั่ว จรวดสติงเกอร์ เป็นต้น
  11. ตำรวจใช้อาวุธชนิดไหน และใช้อย่างไร เช่นนักประท้วงถูกพ่นสเปรย์พริกไทยใส่ มีการยิงแก๊สน้ำตาใส่คน แทนที่จะยิ่งไปที่ถนน ขี่ม้าหรือขับยานพาหนะชนใส่คน เป็นต้น
  12. เส้นทางที่นักประท้วงและตำรวจใช้
  13. แถลงการณ์ของตำรวจ โดยเฉพาะตำรวจที่สั่งการ และเจ้าหน้าที่พลเรือน และคำสั่งหรือคำเตือนนั้นดังจนได้ยินได้หรือไม่ หรือเข้าใจได้หรือไม่

โดยคัทยา โคมิซารัก (2004)
กลุ่มจัทต์คอสลอว์คอลเล็กทีฟ


ผู้แปล: ลภาพรรณ ศุภมันตา 

แปลจาก “mass action handbook: getting your community on the road and into the street”, http://www.uproot.info/actionhandbook/index.html

Scroll Up