Slide
สื่อมวลชน
สื่อมวลชน
สารบัญ
เนื้อหาหลักภาคผนวก

บทที่ 1 ยกปฏิบัติการขึ้นไปอีกขั้น

ในการเข้าร่วมชุมนุมหรือเข้าร่วมปฏิบัติการแต่ละครั้งเปิดโอกาสให้เราได้ใช้ชีวิตช่วงสั้นๆ ในโลกอุดมคติที่เราต่างวาดฝันไว้ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตย เราแบ่งงานกัน ช่วยกันแก้ปัญหา ดูแลกันและกัน แบ่งปันและเรียนรู้ทักษะต่างๆ ช่วงเวลาชุมนุมไม่กี่วันนั้นนับเป็นช่วงที่เราจะได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นๆ มากหน้าหลายตาที่เราไม่รู้จักมาก่อน นอกเหนือจากคนในชุมชนหรือเพื่อนพ้องเรา

บทที่ 2 เตรียมพร้อม! ข้อควรรู้เพื่อเข้าร่วมชุมนุมอย่างมีประสิทธิภาพ

การไปเข้าร่วมปฏิบัติการบนท้องถนนหรือการชุมนุมมวลชนแต่ละครั้งต้องใช้พลังงานมหาศาล ดังนั้นเมื่อเราไปถึงที่นั่นจะต้องมั่นใจว่าการไปเข้าร่วมของเราต้องได้ผล เราไม่ได้เดินทางมาตั้งไกลเพื่อที่จะ “ไปดูซะหน่อย” แต่เราเข้าร่วมก็เพื่อหนุนเสริมปฏิบัติการ เรายังทำหลายสิ่งหลายอย่างได้อีกมาก

บทที่ 3 การเป็นกลุ่มเครือสหาย และใช้ชีวิตในโลกที่คุณอยากเห็น

กลุ่มเครือสหายประกอบด้วยคนที่คิดคล้ายๆ กันหรือมีใจจะทำบางสิ่งบางอย่างมารวมตัวกัน ถ้าคุณเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนักกิจกรรม กลุ่มเครือสหายอาจจะตั้งขึ้นมาโดยคนที่สนใจจะทำงานในประเด็นใดประเด็นหนึ่งมารวมตัวกันและพูดคุยกัน เครือสหายจะกำหนดเป้าหมาย โครงสร้างและวัฒนธรรมกลุ่มของตนเอง

บทที่ 4 ปฏิบัติการสร้างความรู้

ขณะเตรียมจะเดินทางไปยังสถานที่ห่างไกลเพื่อประท้วง คุณจะพบคำถามมากมายอย่างแน่นอน ทำไมจะต้องเสียเวลาไปประท้วงด้วยล่ะ คุณประท้วงอะไร ทำไมถึงไม่ดีล่ะ คุณอาจรับมือกับคำถามเหล่านี้ทีละคำถาม หรือกลุ่มเครือสหายของคุณอาจจะจัดปฏิบัติการสร้างความรู้ขึ้นมาเองก็ได้

บทที่ 5 การเข้าหามวลชน

คนที่เกี่ยวข้องหรือมีความห่วงใยประเด็นหนึ่งๆ มีความรับผิดชอบที่จะทำหน้าที่อย่างขันแข็งในการเข้าหามวลชนในชุมชนและให้การศึกษา คณะกรรมการศิลปะและงานเขียนควรทำแผ่นพับที่พูดถึงประเด็น พูดถึงการที่จะเดินทางไปร่วมปฏิบัติการมวลชน

บทที่ 6 งานจัดการเกี่ยวกับการเดินทาง

มีเรื่องให้คิดตัดสินใจมากมายก่อนจะเริ่มต้นออกเดินทางไปยังสถานที่ปฏิบัติการ เมื่อคุณอยู่ในที่ปฏิบัติการ ระดับความเครียดก็สูงมากอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณเอาใจใส่กับเรื่องต่างๆ ต่อไปนี้ก่อนที่คุณจะจากบ้านจากเมือง คุณจะพบว่าตัวเองสามารถจดจ่ออยู่แต่เรื่องที่ว่าคุณมาร่วมปฏิบัติการนี้ทำไม

บทที่ 8 สื่อมวลชน

บ่อยครั้งที่ดูเหมือนว่าไม่ว่าเราจะทำอะไร สื่อมวลชนกระแสหลักก็ไม่ให้ความสำคัญกับนักกิจกรรมของเรา และเมินเฉยต่อความห่วงใยเรื่องประชาธิปไตยแท้จริงและกระบวนการประชาธิปไตย บางครั้งสื่อมวลชน “ทางเลือก” ก็ไม่ให้พื้นที่และความเอาใจใส่แก่เราอย่างที่เราคาดหวังจากพวกเขา ทำให้นักกิจกรรมหลายคนสงสัยว่าสื่อมวลชนนั้นคุ้มค่าความพยายามของเราหรือไม่

บทที่ 9 ที่เมืองของคุณ ในช่วงเวลาปฏิบัติการ

เพื่อให้คุณสามารถเดินทางไปเข้าร่วมปฏิบัติการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่เมืองของคุณยังมีกิจกรรมและภารกิจหลายอย่างที่ต้องทำ กิจกรรมและภารกิจต่างๆ นี้ เปิดโอกาสอย่างดีให้แก่นักกิจกรรมที่ไม่ได้เดินทางไปด้วยได้ร่วมทำบทบาทหน้าที่ ในขณะที่คุณวางแผนกิจกรรมและภารกิจเหล่านี้

บทที่ 10 เมื่อไปถึงเมืองที่มีปฏิบัติการ

และแล้ว คุณก็ไปอยู่ในที่ที่คุณอยากจะไป ในจังหวะเวลาที่คุณจะได้ทำอะไรก็ตามที่คุณตั้งใจมาทำ การหลีกเลี่ยงการก่อกวนของตำรวจหมายถึงการประพฤติตัวอย่างฉลาดและถูกกฎหมายดังที่จะได้อธิบายไว้ในส่วน “คำแนะนำเรื่องรถ” และ “คำแนะนำสำหรับคนเดินถนน” ข้างล่างนี้

บทที่ 11 กลับบ้าน หลังจากปฏิบัติการ

ออกจะเป็นเรื่องปกติที่เราจะนอนน้อยเกินไป หรือเครียดมากในระหว่างปฏิบัติการ และบ่อยครั้งที่เราไปอยู่ในเมืองที่ไม่คุ้น นอนในที่ที่ไม่คุ้น กินอาหารที่ไม่คุ้น และพบกับเพื่อนใหม่ๆ ที่เราไม่คุ้น เราอาจจะพยายามทำตัวให้มีประสิทธิภาพมากกว่าปกติเพราะว่าเดิมพันสูงกว่าปกติ

ภาคผนวก 4 การจัดการแสดงเอกภาพในคุกหรือในศาล

การแสดงเอกภาพในคุกหรือในศาล เป็นการผสมผสานเทคนิคการไม่ให้ความร่วมมือ (Non cooperation) และการต่อรองแบบหมู่ ที่กลุ่มนักกิจกรรมอาจจะนำไปใช้เพื่อเป็นการดูแลกันและกันในระบบกฎหมาย จุดผกผันของการแสดงเอกภาพเกิดขึ้นได้ก็เพราะว่าคุกหรือว่าศาลนั้น ถ้าจะดำเนินการไปได้อย่างราบรื่นก็ต้องให้คนเซื่องหรือว่าง่าย คุกคาดหวังว่านักโทษจะยอมเข้าแถว

ภาคผนวก 5 ความรู้พื้นฐานเพื่อการปฐมพยาบาล

คิดไว้ล่วงหน้า ว่าอะไรบ้างที่จำเป็นต้องมีและต้องนำไป ต้องรู้ว่าน่าจะเกิดอะไรขึ้น รู้ว่าจะหาความช่วยเหลือได้ที่ไหน และคิดวิธีการที่จะติดต่อกับเพื่อนให้ได้ถ้าหากว่าเกิดพลัดหลงกัน

ภาคผนวก 6 การเขียนใบแถลงข่าว

นักข่าวพูดภาษาเพียงภาษาเดียว นั่นคือภาษาของพวกเขาเอง ถ้าคุณต้องการจะเข้าถึงพวกเขา คุณก็ต้องพูดภาษาของพวกเขา นั่นหมายความว่าใบแถลงข่าวของคุณต้องเลียนแบบรูปแบบและวิธีการเขียนแบบข่าว มันง่ายและตรงไปตรงมา และถ้าคุณไม่ใช้แบบนี้ ใบแถลงข่าวของคุณจะไม่เป็นผล ต่อไปนี้เป็นวิธีเขียน

ภาคผนวก 8 การหนุนช่วยภาวะเจ็บปวดฝังลึก

การทำปฏิบัติการทางสังคมไม่ใช่เรื่องง่าย ในการที่จะยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งเพื่อโลก เพื่อเสรีภาพ และเพื่อสิทธิมนุษยชนในเวลาที่ยากลำบาก เรามักจะเผชิญกับความรุนแรง ที่ทำให้เจ็บปวด เราจำเป็นต้องรู้วิธีพยุงกันและกันไว้ ต้องรู้ถึงการตอบสนองแบบมนุษย์ของเราต่อภาวะเจ็บปวดฝังลึก

บ่อยครั้งที่ดูเหมือนว่าไม่ว่าเราจะทำอะไร สื่อมวลชนกระแสหลักก็ไม่ให้ความสำคัญกับนักกิจกรรมของเรา และเมินเฉยต่อความห่วงใยเรื่องประชาธิปไตยแท้จริงและกระบวนการประชาธิปไตย บางครั้งสื่อมวลชน “ทางเลือก” ก็ไม่ให้พื้นที่และความเอาใจใส่แก่เราอย่างที่เราคาดหวังจากพวกเขา ทำให้นักกิจกรรมหลายคนสงสัยว่าสื่อมวลชนนั้นคุ้มค่าความพยายามของเราหรือไม่ และก็น่ารำคาญเหมือนกันเวลาที่เราพบคนที่พูดอะไรอย่างเช่น “ทางเดียวที่จะทำงานได้ผลก็คือต้องได้สื่อมวลชนกระแสหลักมาลงข่าวให้” หรือคนที่เสนอว่าถ้างานของเราไม่ปรากฏในสื่อมวลชนกระแสหลักแล้ว ก็จะเป็นการเสียแรงเปล่า ทัศนคติเหล่านี้ทำให้เรารู้สึกอยากจะหลีกเลี่ยงการทำงานด้านสื่อไปเลย ซึ่งก็เป็นปฏิกิริยาที่สมเหตุผล ในบทนี้จะช่วยให้คุณสามารถควบคุมความสัมพันธ์กับสื่อมวลชน และคิดถึงวิธีการที่แปลกใหม่และน่าพึงพอใจ ที่จะนำพวกเขาเข้ามา

ทำไมต้องทำงานสื่อมวลชน

ปฏิบัติการหลายครั้งที่เราทำนั้น เราตั้งใจจัดขึ้นในช่วงเวลากลางวันและในพื้นที่สาธารณะ ทั้งนี้ก็เพื่อดึงดูดให้คนสนใจความคิดของเรา เพื่อกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาอย่างเป็นประชาธิปไตย และเพื่อทำให้ความไม่เห็นด้วยของเรากลายเป็นประเด็นที่ท้าทาย การทำงานด้านสื่อมวลชนเป็นสิ่งที่เราเพิ่มเติมเข้าไปในเป้าหมายเหล่านั้น  

สื่อมวลชนเป็นเครื่องมือหนึ่งในหลายๆ อย่างที่เราใช้ให้การศึกษา ให้ข้อมูล และปลุกพลังของประชาชน ลองคิดถึงความรู้สึกของคุณเมื่อคุณได้อ่านบทความดีๆ หรือได้เห็นโปสเตอร์ใหม่ๆ ในแถวๆ บ้านของคุณเกี่ยวกับประเด็นที่คุณเป็นห่วง เช่นเดียวกัน การได้เห็นความคิดเห็น ค่านิยม หรือโครงการของเราตีพิมพ์ออกมาให้ปรากฏ มีภาพประกอบสวยงาม และปลุกเร้าความสนใจของนักข่าวจะตอกย้ำความรู้สึกแบบเดียวกันนี้ และมันก็จะช่วยเผยแพร่สิ่งที่นักกิจกรรมกำลังดำเนินการอยู่ สื่อสารมวลชนที่ดีจะช่วยให้คนเข้าใจว่าพวกเราทำไปทำไมและทำอย่างไร นอกจากนี้การทำงานสื่อมวลชนก็จะช่วยเพิ่มพูนทักษะ เพราะว่าบางครั้ง ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ เราก็จะถูกสถานการณ์บังคับให้ทำอยู่ดี  และในบางเวลา เราอาจจะต้องการเพิ่มงานด้านสื่อมวลชนให้มากขึ้นอีก 

Mass Media
(People vector created by macrovector – www.freepik.com)

ถ้ากลุ่มของคุณสะดุดตามาก (เสื้อผ้า ถือหุ่นกระบอก ฯลฯ) เป็นไปได้มากที่คุณจะได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน และคุณก็จะจำเป็นต้องเตรียมตัวให้พร้อม ก็ดีอยู่หรอกที่คุณพยายามเรียกความสนใจจากสื่อมวลชน แต่มันก็เป็นอันตรายที่คุณต้องเตรียมรับมือ  

1. ภูมิทัศน์สื่อมวลชน

เมื่อเราตัดสินใจที่จะทำงานด้านสื่อมวลชน หรือให้ปฏิบัติการของเรามีงานด้านสื่อเป็นองค์ประกอบหนึ่ง เราย่อมต้องการที่จะคิดถึงสื่อแขนงต่างๆ มากมายที่มีอยู่ ยุทธศาสตร์ด้านสื่อมวลชนจะรวมเอาตัวเลือกมากมายว่าเราจะเลือกนำสื่อไหนมาเข้ามาเกี่ยว สื่อไหนจะไม่นำเข้ามา การตัดสินใจจะต้องทำให้สอดคล้องกับเป้าหมายของปฏิบัติการ ต่อไปนี้จะพูดถึงภูมิทัศน์สื่อมวลชนที่มีอยู่เกือบทุกเมือง

  • สื่อมวลชน “กระแสหลัก”/สื่อมวลชนที่เป็นของบรรษัท
    • หนังสือพิมพ์รายวัน
    • ข่าวโทรทัศน์ 
    • วิทยุ
  • สื่อมวลชน “ทางเลือก”
    • หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ในเมือง
    • หนังสือพิมพ์รายเดือนที่ตีพิมพ์ในละแวกบ้าน ของชนกลุ่มชาติพันธุ์ หรือที่เกี่ยวกับศิลปะ
    • นิตยสารรายเดือนในท้องถิ่น
    • วิทยุหัวก้าวหน้า
    • สถานีโทรทัศน์ชุมชน
  • สื่อของนักกิจกรรม
    • เว็บไซต์ www.yourtown.indymedia.org (สำนักข่าวทางเว็บไซต์ และ บทความพิเศษ สิ่งตีพิมพ์ วิทยุ วีดีโอ รายการโทรทัศน์)
    • วิทยุใต้ดิน 
    • หนังสือทำมือ หรือหนังสือแจกจ่ายวงจำกัด
  • สื่อเพื่อสมาชิกขององค์กรในท้องถิ่น
    • เว็บไซต์
    • รายชื่ออีเมล
    • บอร์ดประกาศในสำนักงาน หอประชุม ศูนย์กลางชุมชน
    • จดหมายข่าว (รายเดือนหรือรายสามเดือน)
  • สื่อข้างถนน สื่อเพื่อประชาชน หรือ “ศิลปะของชนชั้นแรงงาน”
    • โปสเตอร์
    • สเต็นซิล
    • กราฟิตติ
    • ป้ายผ้าแขวนลงมาจากหน้าต่าง ต้นไม้หรือหลังคา
    • ใบปลิว แผ่นพับ โปรชัวร์ 
    • เสื้อยืด สติกเกอร์ กระดุม และแผ่นผ้าปะ 

การแทรกแซงและความรับผิดชอบ

ไม่มีกลุ่มสื่อมวลชนกลุ่มใดจะสามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ (หรือแม้แต่ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาอยากจะทำได้) การเข้ามามีส่วนร่วมของกลุ่มไหนที่เป็นไปได้ภายในทรัพยากรที่มี (หรือที่หาได้) และในกลุ่มนั้น อันไหนที่น่าจะได้ผลในการบรรลุวัตถุประสงค์ของการปฏิบัติการ นักกิจกรรมด้านสื่อที่ทำปฏิบัติการจำเป็นต้องทำให้ตัวเองและคนอื่นเข้าใจชัดเจน ว่าอะไรที่พวกตนไม่เต็มใจที่จะรับผิดชอบ ต่อไป นี้เป็นตัวอย่างบางประการของเรื่องที่กลุ่มสื่อมวลชนอาจจะเข้ามารับผิดชอบ

  • ทีมสื่อมวลชนจะรับมือกับสื่อกระแสหลักและสื่อทางเลือกหลักๆ อย่างเดียวเท่านั้น โดยใช้ใบแถลงข่าว โฆษกที่ได้รับการแต่งตั้ง และการประชุมแถลงข่าว
  • ทีมสื่อมวลชนจะมุ่งความสนใจไปที่การจัดตั้งระบบส่งตัวนักข่าวสื่อมวลชนของไอเอ็มซีเข้าพื้นที่
  • ทีมสื่อมวลชนจะจดจ่ออยู่กับการทำให้แน่ใจว่าปฏิบัติการทุกครั้งจะมีสารที่ดีๆ สื่อออกไป (ป้ายผ้า สติกเกอร์ แผ่นพับ) และผู้ประสานงานจะคอยเตรียมตัวเข้าขัดขวางสื่อมวลชน
  • ทีมสื่อมวลชนจะทำแต่งานเข้าหามวลชนโดยใช้โปสเตอร์และแผ่นพับ ไปยังชุมชนละแวกบ้าน และองค์กรชุมชนที่กำหนดไว้เป็นเป้าหมาย
  • ทีมสื่อมวลชนจะมุ่งปกป้องพื้นที่ที่จัดงานให้พ้นจากการกดดันของสื่อมวลชน โดยให้มีผู้รับมือสื่อที่ประจำการอยู่นอกพื้นที่ชุมนุมหรือพื้นที่ปฏิบัติการ

การประสานงาน

พร้อมๆ กับที่ตัดสินใจว่าจะเลือกรับความรับผิดชอบอะไรบ้าง ทีมสื่อมวลชนก็จำต้องแจ้งให้ทุกคนทราบถึงความคาดหวังของตนต่อคณะทำงานคณะอื่นในการปฏิบัติการและงานที่ตนจะทำให้ ทีมสื่อมวลชนจะคาดหวังให้ทีมกฎหมายเขียนแถลงการณ์หรือจัดหาสถิติอะไรให้หรือไม่ ทีมสื่อมวลชนจะ “เป็นตัวแทน” ของนักกิจกรรมทั้งหลายหรือไม่ ถ้าใช่ แล้วจะเป็นตัวแทนของความหลากหลายต่างๆ ในกลุ่มได้อย่างไร ทีมสื่อมวลชนจะต้องพยายามส่งสื่อกระแสหลักเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติการแต่ละครั้งหรือไม่ และที่สำคัญที่สุด ทีมสื่อมวลชนจำเป็นต้องเข้าใจว่านักกิจกรรมคนอื่นๆ อาจจะกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับการจัดเตรียมสารที่จะส่งออกไป การจัดเตรียมสารจำเป็นต้องทำร่วมกันและมีคนนอกคณะทำงานสื่อมวลชนมาช่วยด้วย!

การไม่ให้สื่อมวลชนทำงาน

อย่าลืมว่า “การเข้ามา” ของสื่อมวลชนตามภูมิทัศน์ต่างๆ ไม่ได้หมายความว่าสารของคุณได้ถูกส่งผ่านด้วยความเคารพไปสู่นักข่าวในสังกัดของบรรษัทด้านสื่อสารมวลชนเสมอไป ดังนั้นหัวข้อนี้อาจจะหมายถึงเรื่องต่อไปนี้

  • การขัดขวางนักข่าวโทรทัศน์ถ่ายทอดสด (หรือถือป้ายข้อความของคุณเหนือศีรษะนักข่าวคนนั้น) ลองดูวีดีโอ We Interrupt This Empire (http://www.videoactivism.org/empire.html)
  • พุ่งเป้าไปที่สื่อมวลชน โดยการปิดกั้นทางเข้าออกประตูของเขา หรือทำเสียงหนวกหู จนกว่าพวกเขาจะยอมนำเสนอหรือตีพิมพ์สารของคุณอย่างครบถ้วน
  • เล่นเล่ห์กลหรือปั่นหัวสื่อมวลชน (ทำลับๆ ล่อๆ อยู่ที่หน้าต่างแตกเพื่อหันเหความสนใจของพวกเขาไปยังปฏิบัติการอันอื่น)
  • ไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนกระแสหลัก (แค่ส่งเอกสารเรียกร้องให้มีการทำปฏิบัติการ เอกสารข้อมูล แนวทางการทำปฏิบัติการ ทางแฟ็กซ์หรือยื่นให้โดยตรง และบอกให้เขาไปดูเว็บไซต์ของสื่อมวลชนอิสระในท้องถิ่น)
  • เอาทรัพยากรทุกอย่างที่เกี่ยวกับการให้สัมภาษณ์ไปลงไว้กับสื่อของนักกิจกรรม

การเลือกยุทธวิธีด้านสื่อ

มีช่องทางมากมายที่จะทำให้สารของคุณถูกส่งออกไป บางครั้งกลุ่มหลายกลุ่มหมกมุ่นหรือโน้มเอียงที่จะทุ่มเทอย่างสุดกำลังในการวางแผนและออกไปทำปฏิบัติการ แต่ละเลย (หรือใส่ใจแต่เพียงเล็กน้อย) ที่จะบอกกล่าวออกไปสู่วงกว้างว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ และทำไปทำไม

ไม่ว่าคุณจะเป็นคณะทำงานด้านสื่อสำหรับการชุมนุมขนาดใหญ่ หรือเป็นทีมสื่อมวลชนที่มีคน 2 คนของการประท้วงขนาดเล็กๆ คุณก็สามารถทำงานด้านสื่อได้อย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อจะเลือกยุทธวิธี สิ่งที่ต้องพิจารณาลำดับแรกคือเป้าหมายของปฏิบัติการ ลำดับถัดมาก็คือทรัพยากร และลำดับที่สามก็คือดุลยพินิจที่ดีของคุณเองเกี่ยวกับว่าคุณจะยังคงรักษาอารมณ์และเจตนาของนักกิจกรรมคนอื่นไว้ได้แค่ไหน ในตอนที่คุณกำลังผลิตอะไรบางอย่างที่คุณเห็นว่าจะสนุกและมีพลัง จงอย่าลืมว่าการทำอะไรยากๆ เป็นครั้งแรก (เช่นเขียนใบแถลงข่าว) ในที่สุดแล้วก็จะกลายเป็นประสบการณ์ที่ดี! ทีมสื่อมวลชนชุดใหญ่ๆ อาจจะวางยุทธศาสตร์หลายชั้นและซับซ้อน ที่ต้องติดต่อคนนับร้อย แต่ทีมสื่อมวลชนเล็กๆ สำหรับปฏิบัติการของกลุ่มเครือสหาย หรือการจัดงานในระดับท้องถิ่น อาจจะเลือกยุทธวิธีขนาดเล็กลงมา อย่างเช่น

  • เชิญนักข่าวศูนย์สื่อมวลชนไอเอ็มซี มาทำข่าวการจัดงานสำหรับเว็บไซต์ท้องถิ่น และตรวจสอบว่าเขามีกล้องถ่ายรูปแบบดิจิตอลมาด้วย เพื่อจะเก็บรูปเวลาเขียนบทความพิเศษ
  • ทำตัวเป็นนักข่าวศูนย์สื่อมวลชนไอเอ็มซี 
  • เลือกหานักข่าวดูจะหัวก้าวหน้าในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นและสร้างความสัมพันธ์กับพวกเขา จัดหาข้อมูลเกี่ยวกับงานที่จะจัดขึ้นให้พวกเขา จัดให้มีการสัมภาษณ์ ทักทายพวกเขาเมื่อเดินทางมาถึง ขอบคุณที่พวกเขามาได้ และตามงานพวกเขาต่อไปภายหลังจากงาน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าพวกเขาไม่อาจลงเรื่องให้คุณได้) และขอบคุณสำหรับข่าวที่พวกเขาลงให้
  • เขียนบทความแสดงความคิดเห็นไปยังหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ทางเลือกในท้องถิ่น หรือสถานีวิทยุ
  • ก่อนการจัดงาน จัดให้มีกราฟิตติ เสต็นซิล การเขียนชอล์ค หรือป้ายผ้าที่ประกาศถึงงานที่จะจัด
  • จัดทำแผ่นพับและให้ไปแจกตามตลาดนัดเกษตรกรในท้องถิ่น ศูนย์การค้า หรือที่ที่มีคนสัญจรหนาแน่น
  • เขียนรายงานสรุปผลการทำปฏิบัติการเพื่อตีพิมพ์ในจดหมายข่าวขององค์กรหัวก้าวหน้าในท้องถิ่น
  • ส่งแฟ็กซ์ใบแถลงข่าวไปยังสื่อกระแสหลักและสื่อทางเลือกในท้องถิ่น ทั้งก่อนและหลังการทำปฏิบัติการ

2. จัดเรื่องต่างๆให้เป็นระบบ

มีวิธีการมากมายที่คุณจะทำงานด้านสื่อมวลชน และแม้ว่าตัวคุณเองไม่ได้เดินทางไปทำปฏิบัติการก็ตาม! การทำงานด้านสื่ออย่างมียุทธศาสตร์หมายถึงการเริ่มต้นงานสื่อก่อนที่คุณจะออกไปทำปฏิบัติการ ทำงานสื่อในระหว่างปฏิบัติการและ ติดตามสื่ออย่างต่อเนื่องภายหลังปฏิบัติการจบลง

ทีมทำงานด้านสื่อมวลชน

เราต้องแบ่งแยก “บทบาท” หรือ “ทีม” เหล่านี้ให้ชัดเจน เราหวังว่างานของพวกเขาจะหนุนเสริมซึ่งกันและกัน ทีมทำงานด้านสื่อมวลชนเหล่านี้ได้แก่ ทีมสื่อมวลชนในเมืองของเรา ผู้ประสานงานสื่อที่เป็นบทบาทของกลุ่มเครือสหาย ทีมสื่อมวลชนของการปฏิบัติการ และศูนย์สื่อมวลชนไอเอ็มซี

ทีมสื่อมวลชนในเมืองของคุณ:

งานสื่อมวลชนจำเป็นต้องทำก่อนการเดินทางไปร่วมปฏิบัติการ ระหว่างการเดินทาง และหลังจากกลับมาแล้ว ทีมสื่อมวลชนในเมืองของเราจะมุ่งความสนใจออกด้านนอกเป็นหลัก แต่มีบทบาทที่มุ่งสู่ด้านในเป็นสำคัญอย่างน้อยหนึ่งบทบาท นั่นคือบทบาทการเตรียมทีมนักกิจกรรมให้สามารถรับมือกับนักข่าวอย่างมีประสิทธิภาพทั้งที่บ้านและที่สถานที่ทำปฏิบัติการ บางครั้งการเตรียมการก็จัดขึ้นในรูปการอบรมที่มีนักข่าวเป็นองค์ประกอบร่วม หรือในรูปการอภิปรายทั่วไป แทนที่จะทีมสื่อหรือทีมเข้าหามวลชนจะช่วยซักซ้อมให้เอง ต่อไปนี้เป็นหน้าที่อื่นๆ ที่ทีมนี้ทำ

  • ช่วยนักกิจกรรมให้พร้อมที่จะพูดกับสื่อ
    • จัดหา รวบรวม หรือเขียนประเด็นพูด (ดูรายละเอียดในหัวข้อการทำสาร)
    • จัดการฝึกซ้อมหรือการอบรม
  • เฝ้าติดตามสื่อมวลชน
    • เก็บหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นและหนังสือพิมพ์ระดับประเทศ และวิเคราะห์การเสนอข่าว
    • อัดเทปการเสนอข่าวโทรทัศน์ระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ (หรือการไม่มีข่าว) บางครั้งสิ่งที่พวกนักข่าวนำเสนอก็อาจจะพิลึกๆ ได้เหมือนกัน
    • วิเคราะห์การนำเสนอข่าว และนำข่าวนี้แจ้งแก่นักกิจกรรมในท้องถิ่นคนอื่นๆ และกลุ่มเครือสหายที่กำลังทำปฏิบัติการอยู่ ข้อมูลข่าวสารนี้อาจช่วยให้เข้มแข็งขึ้นได้มาก
  • กดดันสื่อมวลชนในท้องถิ่นและระดับชาติให้เสนอข่าวปฏิบัติการให้ถูกต้อง
    • บอกเป็นนัยแก่สื่อมวลชนท้องถิ่นถึงเรื่องที่น่าสนใจ เช่นการปฏิบัติการ การถูกจับ หรือการบาดเจ็บของนักกิจกรรมจากท้องถิ่น 
    • เขียนจดหมายถึงบรรณาธิการเกี่ยวกับปฏิบัติการและความสำคัญของปฏิบัติการ
  • ส่งข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับปฏิบัติการระดับมวลชน และการปฏิบัติการระดับท้องถิ่น แก่สื่อมวลชนทางเลือก เช่นศูนย์สื่อมวลชนอิสระ (ไอเอ็มซี) ถ้าจะหาศูนย์ไอเอ็มซีในเมืองของคุณ ให้ไปที่หน้าเว็บไซต์ของศูนย์ไอเอ็มซี (www.indymedia.org) และไล่ดูคอลัมน์ซ้ายมือลงไปเรื่อยๆ

ผู้ประสานงานสื่อมวลชนที่เป็นบทบาทของเครือสหาย:

เป็นไปได้ว่าคนหลายคนในกลุ่มของคุณไม่รู้สึกสะดวกที่จะพูดกับสื่อมวลชน พวกเราส่วนมากไม่คุ้นเคยกับการพูดต่อหน้ากล้องและไมโครโฟน และเกิดอาการตื่นเต้น (ซึ่งกลายเป็นว่ามันทำให้เราดูเฉียบคมน้อยกว่าหรือมีพลังน้อยกว่าความเป็นจริง) 

เราขอแนะนำให้คุณจัดให้มีผู้ประสานงานสื่อมวลชน คนคนนี้ควรคุ้นเคยกับประเด็นพูด (หาได้จากเว็บไซต์หรือกลุ่มของคุณอาจจัดเตรียมเอง) และสามารถพูดกับสื่อมวลชนได้อย่างสะดวก แต่ ทุกๆคน ในกลุ่มของคุณควรมีความรับผิดชอบที่จะต้องสามารถตอบคำถามว่า “วันนี้คุณออกมาทำไม” เวลามีไมโครโฟนยื่นใส่หน้า หลังจากนั้น คนคนนั้นก็ต้องรีบส่งสื่อมวลชนไปหาผู้ประสานงานสื่อมวลชนของกลุ่มโดยไม่ลังเล นี่เป็นบทบาทสำคัญ และผู้ประสานงานสื่อมวลชนที่ดีจำเป็นต้องมีการฝึกหัดอย่างจริงจัง นี่เป็นบทบาทสำคัญสำหรับคนที่ต้องการเรียนรู้เพื่อพัฒนาให้ตัวเองมีความเข้าใจต่อประเด็นที่จะปฏิบัติการแหลมคมยิ่งขึ้น เพราะคุณจำเป็นต้องฝึกซ้อมประเด็นพูด และต้องฝึกอธิบายเรื่องซับซ้อนด้วยคำพูดกระชับให้เก่ง

ต่อไปนี้คือเคล็ดลับของการเป็นผู้ประสานงานสื่อมวลชนที่ดี (จาก บทความ Spin Works! โดยโรเบิร์ต เบรย์)

  • คุณมีอะไรบางอย่างที่สำคัญที่จะต้องพูดออกไป และคุณต้องการให้ประชาชนรับฟัง จงมั่นใจในตัวเอง และดึงดูดความสนใจของพวกเขา
  • นึกสารที่จะพูดเอาไว้ในใจก่อนการสัมภาษณ์
  • อย่าถูกคำถามของพวกเขาลากจูงไป หันเหคำถามของพวกเขาให้เข้าสู่สารหลักๆ ของคุณ
  • อย่าพยายามอธิบายทุกสิ่งทุกอย่างในประโยคเด่นที่คัดมาจากเอกสารของคุณ หรือในการสัมภาษณ์ ให้พูดแต่สารที่เตรียมไว้ 
  • ถ้าคุณพลาด ก็ไม่เป็นไร ถามนักข่าวว่าจะเริ่มใหม่ได้หรือไม่ ยกเว้นถ้าเป็นการถ่ายทอดสด (ซึ่งมักจะไม่ใช่)
  • ฝึก ฝึก และฝึก และถ้าคุณทำยุ่งเหยิงไปหมดก็ไม่ต้องกังวล ถึงอย่างไรขบวนการเคลื่อนไหวก็ไม่ล้ม

สื่อมวลชนอิสระ (ไอเอ็มซี):

ลองเป็นสื่อกับศูนย์สื่อสารมวลชนไอเอ็มซี ถ้ายังไม่มีศูนย์ไอเอ็มซีในเมืองที่ทำปฏิบัติการ ก็มักจะมีการตั้งศูนย์ชั่วคราวขึ้นในท้องถิ่นโดยคนของไอเอ็มซีจากเมืองอื่น ลองหาว่าศูนย์ไอเอ็มซีตั้งอยู่ที่ไหน (ถามที่ศูนย์ต้อนรับ) และลองแวะไปดูเผื่อว่าจะได้มีส่วนร่วมได้ มีบทบาทหลายอย่างให้ทำ ลองประเมินทักษะของคุณดู บางทีคุณอาจจจะไม่รู้สึกตื่นเต้นอยากจะเป็นโฆษกสื่อมวลชน แต่คุณก็อาจจะมีความรู้ด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่สำคัญ หรือพิมพ์ดีดเก่ง ที่ศูนย์ไอเอ็มซีต้องการให้คุณช่วย

  • เข้าร่วมทีมผลิตวิดีโอสั้นๆ หรือหนังสือพิมพ์รายวันท้องถิ่น
  • ดูแลความปลอดภัยของการทำงาน
  • สนับสนุนด้านเทคนิคให้กับคอมพิวเตอร์ของศูนย์
  • รับโทรศัพท์ รับรายงานที่มาจากท้องถนนและนำส่งสำนักข่าว 
  • แปลเอกสารและรายงานเป็นภาษาอื่น
  • เป็น “คนวิ่งวิดีโอ” ตรงดิ่งไปยังปฏิบัติการ รับเอาเทปบันทึกจากช่างภาพวิดีโอ และนำมาส่งอย่างปลอดภัยที่ศูนย์ไอเอ็มซี

ทีมสื่อมวลชนของการปฏิบัติการ:

นี่ไม่เหมือนกับสื่อมวลชนไอเอ็มซี ปกติแล้วคณะกรรมการจัดปฏิบัติการทางตรงจะจัดตั้งทีมสื่อมวลชนขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง เพื่อที่จะรับมือกับคำถามของสื่อมวลชนและจัดการประชุมแถลงข่าวเป็นการเฉพาะ พวกเขาทำหน้าที่ “ผู้รับมือสื่อ” และติดต่อสื่อสารกับสื่อมวลชนกระแสหลัก พวกเขาต้องการความช่วยเหลือในด้านต่างๆ เช่น

  • การวิเคราะห์สื่อ
  • จัดและประชาสัมพันธ์การประชุมแถลงข่าว
  • เขียนเอกสารแถลงข่าว
  • ไปออกสื่อทางโทรศัพท์หรือวิดีโอ
  • ติดต่อและติดตามงานนักข่าวอย่างต่อเนื่อง
  • หานักกิจกรรมที่มาจากกลุ่มที่หลากหลายและพูดเก่งมาทำการสัมภาษณ์

การประเมินขุมกำลัง

คณะทำงานด้านสื่อจำเป็นต้องทำการประเมินขุมกำลังของตนอย่างถี่ถ้วน กล่าวคือ

  • คนของเรามีทักษะหรือไม่ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่เป็นของบรรษัทใหญ่ซึ่งมักจะบิดเบือนถ้อยคำ ถ้ามี สื่อมวลชนต่อไปนี้อย่างไหนที่โฆษกของเรารู้สึกสะดวกที่พูดด้วย ได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ หรือว่าโทรทัศน์
  • คนของเราเต็มใจและสามารถที่จะทำงานประชาสัมพันธ์อื่นๆ กับสื่อกระแสหลักหรือไม่ เช่นการจัดประชุมแถลงข่าว การเขียนเอกสารแถลงข่าว การโทรศัพท์ติดตามงานกับนักข่าวอย่างต่อเนื่อง งานจัดการเช่นจัดเตรียมการสัมภาษณ์ เป็นต้น
  • คนของเรามีความสัมพันธ์เป็นอย่างดี กับคนที่ทำงานในสื่อมวลชนทางเลือกในท้องถิ่นหรือไม่ และคนไหน
  • มีศูนย์สื่อมวลชนไอเอ็มซีที่ทำหน้าที่อยู่แล้ว หรือมีสถานีวิทยุของนักกิจกรรมหรือไม่
  • อะไรที่เราคิดว่าฟังดูน่าสนุก เรามีความกระตือรือร้นที่จะทำอะไร
  • คณะกรรมการสื่อมวลชนสามารถเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อจะสร้างสื่อขึ้นมาเองหรือไม่

3. การทำสาร

สารของคุณเป็นหลักสำคัญของยุทธศาสตร์ด้านสื่อของคุณ คุณจำเป็นต้องตัดสินใจว่าอะไรคือแก่นของสิ่งที่คุณต้องการจะบอก เป้าหมายของสารคือการจับแก่นสำคัญที่สุดของประเด็นของคุณ นำเสนอในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่าย  สารที่ดีจะใส่วิธีที่คุณวางกรอบประเด็น ท่าทีของคุณต่อประเด็น และการเรียกร้องให้มีปฏิบัติการไว้ในนั้น สารไม่ใช่ “ข้อมูลและประเด็นเต็มรถบรรทุกนั่นที่คุณอยากจะเทใส่ประชาชนอเมริกัน” อย่างที่จิม ไฮทาวเวอร์ยืนยัน แต่มันคือข้อมูลเต็มรถบรรทุกที่เคี่ยวจนงวด  และแสดงออกในแบบปลุกเร้าเพื่อที่คนได้รับสารจะจดจำสารนั้นได้ ขอให้ใช้จินตนาการว่าจะจัดแสดงและนำพาสารของคุณไปได้อย่างไร ความเป็นไปได้มีอย่างไร้ที่สิ้นสุด บางครั้งคนก็ให้ความสนใจสารที่อยู่บนสิ่งที่มีขนาดใหญ่เห็นได้ง่าย อย่างป้ายผ้าขนาดใหญ่หรือป้ายสัญลักษณ์  

เคล็ดลับในการทำสาร

(จากหนังสือ Spin Works! โดยโรเบิร์ต เบรย์)

  • อย่าตอบคำถามนักข่าว จงโต้กับพวกเขากลับไป 
  • ยกประโยคเด่น (จากเอกสารต่างๆ ที่คุณจัดเตรียมไว้) มาพูด
  • พูดย้ำสารของคุณบ่อยๆ
  • ยึด “ที่มั่น” อยู่แต่ในสารของเรา
  • จัดทำ “คำหลักๆ ของสาร” และท่องไว้เป็นคาถาประจำตัว
  • สารที่ดีจะถูกส่งไปยังผู้รับสารอย่างต่อเนื่องและผ่านสื่อหลากหลาย เช่นป้ายผ้า ป้ายสัญลักษณ์ โปสเตอร์ ประโยดเด่น เพลง คำโห่ร้องเชียร์ การวาดชอล์ค และอื่นๆ 
  • ถ้าคุณกำลังจะออกไปยังท้องถนน คุณอาจจะลองคิดให้ตัวคุณเองเป็นสารเคลื่อนที่ ถึงแม้คุณจะไม่ได้พูดกับคนที่เดินผ่านไปมา สารของคุณก็จะถูกนำเสนอออกไป (จินตนาการถึงผลกระทบจากกลุ่มของคุณ ตอนที่กำลังขึ้นรถไฟไปยังที่ปฏิบัติการ) การทำสารที่ชัดเจนก็จะช่วยได้มาก ตอนที่ช่างภาพถ่ายรูปของคุณเอาไปประกอบเรื่องที่เขียนได้แย่ เพราะคนเขียนไม่สนใจจะคุยกับผู้ประสานงานสื่อของคุณที่เตรียมตัวมาอย่างดี

ประเด็นพูด

ประเด็นพูดถือเป็นการลงทุนอย่างดี เพราะเราจะใช้แล้วใช้อีกในจดหมายถึงบรรณาธิการ ใบแถลงข่าว โปสเตอร์ แผ่นพับ และการสัมภาษณ์

  • อย่าพูดติดลมโดยเด็ดขาด และอย่านึกเอาเองตามชอบใจ ไม่อย่างนั้น เป็นไปได้ว่าคุณจะพูดอะไรที่คุณจะเสียใจภายหลัง
  • แปลงสารของคุณให้เป็นประโยคเด่น และเป็นภาษาที่ผู้รับสารวงกว้างจะเข้าใจได้
  • ประโยคเด่น (soundbite) คือรูปแบบสารของคุณที่สั้นและมีพลังที่คุณจะพูดจบได้ใน 8 – 10 วินาที สำหรับพวกเราส่วนมากแล้ว ประโยคเด่นที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นมาเอง ดังนั้นคุณจึงต้องใช้เวลาที่จะคิดและฝึก
  • ยิ่งคุณพูดยาวเท่าไร ก็เป็นไปได้มากขึ้นเท่านั้นที่สื่อจะทำให้คุณดูโง่เง่า ประโยคเด่นควรจะมีการเขียนเตรียมไว้ก่อนและจดจำให้ขึ้นใจ

วิธีการที่ดีที่จะเตรียมพร้อมสำหรับงานสื่อก็คือการเตรียมชุด “ประเด็นพูด” ให้กับทุกๆ คน ประเด็นพูดเป็นเหมือนเค้าโครงสั้นๆ แต่ละประเด็นจะเขียนให้เป็นประโยคที่สมบูรณ์ ไม่ใช่เป็นคำๆ เว็บไซต์ของปฏิบัติการที่ใหญ่ๆ มักจะมีประเด็นพูดอยู่แล้วที่เราจะหยิบมาใช้ได้ เราจะหยิบมาใช้ทั้งดุ้นเลยก็ได้ แต่นักกิจกรรมแต่ละคนอาจจะปรับให้เข้ากับความร้อนแรงและความรู้ของตนเองก็จะดีกว่า ท่องประเด็นพูดให้ขึ้นใจและฝึกพูดซ้ำๆ ก่อนที่นักข่าวจะติดต่อคุณ และในขณะที่อยู่ในงานที่จัดขึ้น จงทำให้ความจำแจ่มใสเข้าไว้เพราะความเครียดมีวิธีของมันที่จะทำให้เราลืมได้ นี่อาจจะฟังดูซ้ำๆ ซากๆ แต่การนำเสนอสารอย่างต่อเนื่องและเรียบง่ายต่อชุมชนของคุณจะช่วยคน “ที่อยู่ข้างนอกนั่น” เข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น

ถ้าเตรียมประเด็นพูดในการประท้วงครั้งใหญ่ให้เชื่อมโยงกับสิ่งที่เกิดในท้องถิ่น จะช่วยทำให้สิ่งต่างๆ เป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น เช่น ในไม่ช้ารัฐโคโลราโดก็จะมีการปลูกข้าวโพดที่มีการดัดแปลงพันธุกรรม (“ยาชีวภาพ”) ที่อาจจะมีสารฆ่าเชื้ออสุจิ ซึ่งจะเพิ่มความเชื่อมโยงกับอำนาจของเทคโนโลยีพันธุกรรมและของบรรษัทโดยทั่วไป หรือ ในการประท้วงข้อตกลงการค้าเสรีที่จะเกิดขึ้น เราอาจจะพูดถึงการไปรษณีย์ท้องถิ่นที่จะถูกแปรรูปเป็นเอกชนโดยบรรษัทต่างประเทศ เราอาจจะสร้างความเชื่อมโยงกับเกษตรกรท้องถิ่นที่กำลังย่อยยับไปเพราะนโยบายมากมายที่เรากำลังต่อสู้อยู่

การเล่นยูโดด้านสื่อ

หลักการของยูโดคือการทำให้คนที่มีกำลังด้อยกว่าสามารถเอาชนะคนที่เหนือกว่าได้ ใช้ความอ่อนหยุ่นและความสุภาพ โต้ตอบเอาชนะความแข็งกร้าวหรือความก้าวร้าว ทำให้คนที่มีอำนาจมากกว่าแพ้ภัยตัวเอง นอกจากนี้ ยูโดด้านสื่อยังหมายถึงการทำให้ประเด็นที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนกลายเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ท้าทายโลก ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของการเล่นยูโดด้านสื่อ 

ถาม: “คุณออกมาที่นี่เพื่อจะถูกจับหรือ”

ตอบ: “ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อจะถูกจับ เราไม่ได้ต้องการเข้าคุก แต่เรายินดีที่จะเอาเสรีภาพของเราเข้าเสี่ยงเพื่อจะช่วยให้มีการยกเลิกโทษประหารชีวิต” 

อย่าได้รู้สึกว่าเป็นภาระผูกพันที่ต้องตอบคำถามยากๆ คุณอาจจะยกเอาประโยคเด่นในเอกสารที่เกี่ยวข้องมาตอบก็ได้

ถาม: “คนที่นี่กี่คนที่กำลังจะถูกจับ”

ตอบ: “พวกเรามาที่นี่เพื่อปกป้องป่าต้นเร้ดวูดโบราณที่หลงเหลืออยู่แห่งสุดท้าย” 

มักจะมีการตอบโต้ระดับคลาสสิกอยู่เสมอ 

“ฉันขอเลือกไม่ให้สัมภาษณ์ ให้ฉันแนะนำคุณให้รู้จักกับคุณ… ที่เป็นผู้ประสานสื่อมวลชนของเราดีกว่า”

ฟังให้ออกว่าคำถามนั้นเกิดจากการสันนิษฐานด้านลบ ดึงมันออกมาให้เห็นกันชัดๆ และทำให้มันเป็นกลางๆ ตัวอย่างเช่น

ถาม: “คุณไม่ผิดหวังเหรอที่วันนี้ อัตราคนออกมาร่วมมีน้อย”

ตอบ: “จริงๆ แล้วเราประหลาดใจทีเดียวว่าคนมาที่นี่มากมายขนาดนี้ ทั้งที่บอกกล่าวกระชั้นมาก”

ถาม: “คุณคิดว่าความเชื่อของคุณจะยอมให้คุณละเมิดกฎหมายได้หรือ”

ตอบ: “บางครั้งพวกเราเชื่อในการละเมิดกฎหมายเล็กๆ น้อยๆ เพื่อปกป้องเสรีภาพหรือว่าชีวิตของเราจริงๆ นี่เป็นหลักการของการดื้อแพ่งซึ่งพัฒนาขึ้นมาโดยชาวอเมริกันที่ยิ่งใหญ่สองท่านคือเฮนรี่ เดวิด เธอโร และมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์”

การฝึกซ้อม

ยากเหมือนกันที่จะย้ำให้เห็นว่าการท่องจำประเด็นพูดกับประโยคเด่น และซ้อมพูดให้คนอื่นเข้าใจภายใต้ความกดดันนั้นสำคัญขนาดไหน พวกเราบางคนก็ไปเข้าอบรมที่นักกิจกรรมใช้กล้องวิดีโอบันทึกภาพจริงเพื่อฝึกหัดและเอามาวิพากษ์วิจารณ์กัน นี่ยากกว่าที่คุณคิดเสียอีก และพวกเราส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ “พูดเป็นธรรมชาติ” ด้วย ลองใช้วิธีเหล่านี้ดู

  • ฝึกซ้อมหน้ากระจก
  • ฝึกซ้อมกับเพื่อน เล่นบทบาทสมมติว่ากำลังถูกสัมภาษณ์
  • ฝึกซ้อมกับปากกาใช้แทนไมโครโฟน ให้เพื่อนถือมันยื่นใส่หน้าคุณแล้วถามคำถามแบบมีเล่ห์เหลี่ยม
  • ถ้าคุณมีการส่งสารที่สะดุดตาบนตัวของคุณ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของการแต่งกาย (ขอแนะนำให้คุณทำแบบนี้อย่างยิ่ง) ลองขยับตัวไปมาให้มันมองเห็นได้ชัดๆ เด่นแค่ไหนเวลาออกกล้อง และอ่านได้สะดวกหรือเปล่า   
  • ตอนที่คุณฝึกซ้อม ให้นึกเอาไว้ถึงคำตอบ 2 ประเภทที่ค่อนข้างง่ายเอาไว้ตอบนักข่าว
    • เมื่อคุณไม่ได้เตรียมตัวหรือไม่มีแรงจูงใจที่จะตอบ ก็ส่งต่อให้กับผู้ประสานงานสื่อมวลชน อาจจะเป็นคนที่อยู่ในเมืองของคุณหรือคนที่อยู่ที่การปฏิบัติการก็ได้
    • กลับไปหาสารของคุณโดยทันที (คุณก็ไม่ถึงกับต้องระมัดระวังท่าทีมากนักถ้าจะเปลี่ยนเรื่อง ก็ลองฟังวิธีที่พวก สส. ที่คุณเลือกเข้าไปพูดดูสิ) เช่น

นักข่าว: “คุณกำลังวางแผนจะถูกจับกุมใช่ไหม”

คุณ: “ฉันมาที่นี่ก็เพราะวันหนึ่งๆ มีเด็ก 30,000 คนกำลังจะตาย เนื่องจากนโยบายขององค์การการค้าโลกที่ทำให้อาหารเข้าถึงได้ยาก”

เพื่อให้ดูดีขึ้นอีกหน่อย … ก็ย้อนเอาคืนไปยังคำถามด้วย

นักข่าว: “คุณกำลังวางแผนจะถูกจับกุมใช่ไหม”

คุณ: “ฉันมาที่นี่ก็เพราะวันหนึ่งๆ มีเด็ก 30,000 คนกำลังจะตาย เนื่องจากนโยบายขององค์การการค้าโลกที่ทำให้อาหารเข้าถึงได้ยาก ถ้าตำรวจเลือกที่จะจับกุมฉัน นี่เป็นแค่สิ่งเล็กน้อยที่ต้องแลกออกไปเท่านั้นเมื่อเทียบกับความตายของเด็กแม้แต่เพียงคนเดียว”

มันฟังดูชัดเจนดี และก็ได้ผล

อย่ากล่าวโทษตนเองหรือเพื่อนของคุณ

เมื่อพูดกับนักข่าว คุณคงไม่ต้องการกล่าวโทษตัวคุณเองหรือคนอื่นๆ โดยบังเอิญ และคุณคงไม่ต้องการจะเสี่ยงกับคดีอาญาที่อาจจะเชื่อมโยงกับกิจกรรมที่คุณได้รู้เห็น

ทำให้เรื่องของคุณเป็นเรื่องสาธารณะ (ข้อมูลที่เป็นคำเตือนต่อไปนี้มาจากกลุ่ม MAD-Miami Activist Defense)

เมื่อประชาชนตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงของตำรวจ หรือถูกละเมิดสิทธิ เป็นธรรมดาที่เขาจะต้องการบอกเล่าเรื่องของตัวเองแก่สาธารณะ องค์กรเอ็มเอดี สนับสนุนให้นักกิจกรรมพูดความจริงถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และบีบให้สื่อมวลชนยอมรับรู้ความโหดร้ายของตำรวจและการปราบปรามของรัฐบาล บ่อยครั้งที่การทำเช่นนี้เป็นประโยชน์ต่อทั้งตัวผู้ตกเป็นเหยื่อ (การระบายความคับแค้นออกมา) และต่อ “มูลเหตุของเรื่อง” (ให้หลักฐานและทำให้เป็นได้ที่จะเผยแพร่การถือสิทธิใช้ความรุนแรงโดยตำรวจออกไป) อย่างไรก็ดี ยังมีปัญหาบางประการที่จะเกิดขึ้น ถ้าคนเปิดเผยเรื่องราวของตนเองต่อสาธารณะก็อาจจะส่งผลต่อคดีอาญา (อาจจะเป็นคดีที่มากกว่าแค่คดีของเหยื่อคนนั้น) และส่งผลต่อการเรียกร้องสิทธิพลเมืองอื่นใดที่จะกระทำในอนาคต ทันทีที่เรื่องของคุณปรากฏออกไปหรือแบ่งปันให้รับรู้กันในที่สาธารณะ (ทางหนังสือพิมพ์ อินเตอร์เน็ต หรืออื่นๆ) มันก็ไม่มีเอกสิทธิความเป็นส่วนตัวที่ไม่เปิดเผยอีกต่อไปแล้ว ซึ่งเอกสิทธินี้อาจจะยังคงมีอยู่ถ้าคุณเล่าให้เอ็มเอดีหรือทนายของคุณฟัง ข้อมูลเหล่านี้อาจย้อนคืนมาเพื่อหลอกหลอนคุณและคนอื่นได้

 คำแนะนำต่อไปนี้คุณนำไปใช้ประโยชน์ได้

  1. พยายามหาคำแนะนำจากทนายความว่าเรื่องราวของคุณจะส่งผลกระทบต่อคดีอาญาของคุณและของคนอื่นอย่างไร และมันอาจจะส่งผลต่อการเรียกร้องทางแพ่งของคุณและคนอื่นๆ อย่างไร
  2. โดยทั่วไปแล้ว การระบุชื่อคนอื่นในเรื่องราวของคุณไม่เป็นประโยชน์เลย และตัวคุณเองก็อาจจะอยากใช้นามสมมติด้วย 
  3. คุณควรเชื่อมโยงชนิดของความรุนแรงที่กระทำต่อคุณเข้ากับการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น แต่อย่าระบุการกระทำของคุณเองในรายละเอียด
  4. ถ้าคุณทำเรื่องของคุณให้เป็นเรื่องสาธารณะและให้วิธีการติดต่อไว้ คุณควรเตรียมตัวที่จะรับมือกับคนที่ต้องการถามคำถามและทราบรายละเอียด แต่ไม่ควรรู้สึกว่าเป็นภาระที่จะต้องตอบ เว้นแต่ว่าคุณต้องการ จงจำไว้ว่า คุณเป็นฝ่ายควบคุมสถานการณ์
  5. จงหลีกเลี่ยงการถกเรื่องนี้โดยเด็ดขาดถ้าข้อกล่าวหาทางอาญายังอยู่ในระหว่างการพิจารณา (ไม่ใช่เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในเรื่องเท่านั้น แต่เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตำรวจแก้แค้นด้วย ในขณะที่คดีอยู่ระหว่างการพิจารณา) ถ้าข้อกล่าวหาต่อคุณยังอยู่ระหว่างการพิจารณาและต้องการที่จะพูดต่อสาธารณะจริงๆ เราขอแนะนำให้คุณปรึกษาองค์กรเอ็มเอดีหรือทนายความของคุณก่อน

ใบแถลงข่าว

ใบแถลงข่าว (หรือข่าวแจก) เป็นวิธีการหลักที่เราจะกระตุ้นความสนใจของสื่อมวลชนต่อกิจกรรมของเรา ความหวังก็คือ ในที่สุดเราจะได้บทความอะไรสักอย่างหนึ่ง ที่จะทำหน้าที่ให้ข้อมูลกับประชาชนและทำให้เขาสนใจ (หรือไปร่วมงาน)  วิธีที่จะทำอีกทางหนึ่งคือการไปลงไว้ในปฏิทินกิจกรรมของชุมชนให้ทั่วเมือง หนังสือพิมพ์หรือวิทยุที่สนใจข่าวท้องถิ่นมักจะมีปฏิทินกิจกรรมชุมชน ปฏิบัติการให้ความรู้จะคล้ายๆ กับกิจกรรมบริการสังคม และ “การแจ้งข่าวบริการสังคม” ก็เป็นวิธีการอย่างดีที่จะทำให้สาธารณชนทราบ สื่อมวลชนมักจะให้ความสนใจกับข่าวบริการสังคมเป็นพิเศษ และอาจจะมีทางให้ได้ออกรายการวิทยุสัก 30 วินาทีด้วย

  • ก่อนที่คุณจะเขียนใบแถลงข่าวที่แย่ๆ (ซึ่งเขียนได้ง่าย) พยายามหาตัวอย่างใบแถลงข่าวดีๆ สักชิ้นหนึ่ง ลองดูคำแนะนำของเว็บไซต์นักกิจกรรมว่าด้วยการหาประโยชน์จากสื่อมวลชน (An Activists’ Guide to Exploiting the Media) โดยจอร์จ มงเบียต (George Monbiot) มีเคล็ดลับดีๆ ในการเขียนใบแถลงข่าว บางส่วนได้นำมาใส่ไว้ในภาคผนวก
  • โทรศัพท์ถึงนักข่าว ภายหลังจากส่งใบแถลงข่าวแล้ว
  • รวบรวมและรักษาบัญชีรายชื่อติดต่อสื่อมวลชน คุณจะได้รู้ว่าใบแถลงข่าวของคุณควรจะส่งไปที่ไหนและถึงใคร 
  • กลุ่มต่างๆ ที่อยู่ในชุมชนมาเป็นเวลานาน และ/หรือที่เคยทำการสร้างสัมพันธ์นักข่าวเป็นผู้ที่เราควรทำความรู้จักอย่างยิ่ง

การประชุมแถลงข่าว

การจัดการประชุมแถลงข่าวดีๆ นั้นไม่ได้ยากเกินไป แต่คุณก็ยังคงต้องคิดให้ถี่ถ้วน และทำแผนการออกมา

  • เลือกสถานที่ที่ไปมาง่าย (ที่สนามหญ้าหน้าศาลหรือห้องสมุดก็ดี)  
  • เลือกเวลาที่เหมาะสม (ภายในสองสามชั่วโมงหลังจากการพูดคุยกันในงาน)
  • ส่งใบแถลงข่าวของงานนั้นออกไป
  • จัดลำดับผู้พูดที่สามารถนำเสนอประเด็นได้อย่างแจ่มชัด ถ้ามี “เหยื่อ” ของประเด็นที่คุณกำลังจัดอยู่ ดูว่ามีใครยินดีจะพูดกับสื่อมวลชนบ้างหรือไม่
  • ขอให้ผู้พูดเขียนคำแถลงการณ์และอ่านด้วย 
  • เชิญคนที่เหมือนกับเป็นพิธีกรมาทำหน้าที่ดำเนินการแถลงข่าว และเรียกคำถามจากนักข่าวด้วย
  • ตรวจสอบว่าผู้พูดทุกคนรู้อย่างชัดเจนว่าจะมีความเสี่ยงต่อประเด็นทางกฎหมายใดๆ หรือไม่

แผ่นพับและโปสเตอร์ 

  • จัดหน้าตาประเด็นพูดเสียใหม่ให้มีงานศิลป์และข้อมูลเฉพาะของงานนั้นๆ และแจกจ่ายไปในที่ที่เห็นได้ชัดเจน
  • ปึกแผ่นพับที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้าหรืออะไรทำนองนี้ก็ทำงานได้ผล มีหลายที่ที่ยอมให้เราวางแผ่นพับหรือติดโปสเตอร์
  • บางทีการใช้แป้งเปียกก็เป็นวิธีที่ดีที่จะติดโปสเตอร์ของคุณ 
  • มหาวิทยาลัยต่างๆ ก็เป็นจุดติดโปสเตอร์ที่ดี ให้แน่ใจว่าคนที่ใส่ชื่อไว้ว่าเป็นผู้รับติดต่อสอบถามได้เตรียมตัวที่จะพร้อมอธิบายประเด็นและให้ข้อมูลได้ ก่อนที่จะเอาโปสเตอร์ไปติด เพราะว่าบางครั้งนักข่าวก็จะติดต่อมาเมื่อได้เห็นโปสเตอร์นั้น
  • ให้แน่ใจว่าโปสเตอร์ลงเรื่องที่จำเป็นครบแล้ว ให้บอกวิธีการติดต่อสอบถามด้วยเพื่อว่าคนที่สนใจจะถามถึงข้อมูลสำคัญอื่นใดที่คุณอาจลืมใส่ไว้ พยายามตอบคำถาม “ใคร” (ใครควรจะมา ใครจะเป็นผู้สนับสนุนการจัดกิจกกรม ใครที่จะติดต่อเพื่อให้ได้ข้อมูลเพิ่มเติม) “อะไร” (เป็นกิจกรรมอะไร) “เมื่อไร” และ “ที่ไหน” (อย่าทึกทักเอาเองว่าคนที่เห็นโปสเตอร์ของคุณรู้ว่า “คล้าก 301“ แปลว่าอะไร) และ “อย่างไร” เป็นพิเศษสำหรับคนเข้าร่วม เช่น เขาควรแต่งกายตามสบายได้หรือไม่ (เช่นถ้าเป็นการอบรม) หรือควรเตรียมเงินไปด้วยหรือไม่ ส่วนคำถาม “ทำไม” ควรมาจากประเด็นพูดของคุณ
  • อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้ซ้ำหลายๆ ครั้ง ก่อนที่จะไปขั้นตอนต่อไป คุณต้องใช้ข้อมูลเหล่านี้ในรูปแบบอื่นๆ สำหรับการเข้าหามวลชนด้วย ดังนั้นจึงต้องทำให้ถูกต้อง

แหล่งข้อมูล

หนังสือ

  • Spin Work โดยโรเบิร์ต เบรย์
  • Making the News โดยซาลซ์มาน 

เว็บไซต์ Activist Guide to Exploit the Media โดย จอร์จ มงเบียต


ผู้แปล: ลภาพรรณ ศุภมันตา 

แปลจาก “mass action handbook: getting your community on the road and into the street”, http://www.uproot.info/actionhandbook/index.html

Photo by Matt Chesin on Unsplash

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • สถิติการเข้าใช้งาน

    เราเก็บข้อมูล IP Address เพื่อวัดสถิติการเยี่ยมชม

บันทึกการตั้งค่า