บทที่ 1 ยกปฏิบัติการขึ้นไปอีกขั้น

ยกปฏิบัติการขึ้นไปอีกขั้น
Slider
สารบัญ
เนื้อหาหลักภาคผนวก

บทที่ 1 ยกปฏิบัติการขึ้นไปอีกขั้น

ในการเข้าร่วมชุมนุมหรือเข้าร่วมปฏิบัติการแต่ละครั้งเปิดโอกาสให้เราได้ใช้ชีวิตช่วงสั้นๆ ในโลกอุดมคติที่เราต่างวาดฝันไว้ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตย เราแบ่งงานกัน ช่วยกันแก้ปัญหา ดูแลกันและกัน แบ่งปันและเรียนรู้ทักษะต่างๆ ช่วงเวลาชุมนุมไม่กี่วันนั้นนับเป็นช่วงที่เราจะได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นๆ มากหน้าหลายตาที่เราไม่รู้จักมาก่อน นอกเหนือจากคนในชุมชนหรือเพื่อนพ้องเรา

บทที่ 2 เตรียมพร้อม! ข้อควรรู้เพื่อเข้าร่วมชุมนุมอย่างมีประสิทธิภาพ

การไปเข้าร่วมปฏิบัติการบนท้องถนนหรือการชุมนุมมวลชนแต่ละครั้งต้องใช้พลังงานมหาศาล ดังนั้นเมื่อเราไปถึงที่นั่นจะต้องมั่นใจว่าการไปเข้าร่วมของเราต้องได้ผล เราไม่ได้เดินทางมาตั้งไกลเพื่อที่จะ “ไปดูซะหน่อย” แต่เราเข้าร่วมก็เพื่อหนุนเสริมปฏิบัติการ เรายังทำหลายสิ่งหลายอย่างได้อีกมาก

บทที่ 3 การเป็นกลุ่มเครือสหาย และใช้ชีวิตในโลกที่คุณอยากเห็น

กลุ่มเครือสหายประกอบด้วยคนที่คิดคล้ายๆ กันหรือมีใจจะทำบางสิ่งบางอย่างมารวมตัวกัน ถ้าคุณเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนักกิจกรรม กลุ่มเครือสหายอาจจะตั้งขึ้นมาโดยคนที่สนใจจะทำงานในประเด็นใดประเด็นหนึ่งมารวมตัวกันและพูดคุยกัน เครือสหายจะกำหนดเป้าหมาย โครงสร้างและวัฒนธรรมกลุ่มของตนเอง

บทที่ 4 ปฏิบัติการสร้างความรู้

ขณะเตรียมจะเดินทางไปยังสถานที่ห่างไกลเพื่อประท้วง คุณจะพบคำถามมากมายอย่างแน่นอน ทำไมจะต้องเสียเวลาไปประท้วงด้วยล่ะ คุณประท้วงอะไร ทำไมถึงไม่ดีล่ะ คุณอาจรับมือกับคำถามเหล่านี้ทีละคำถาม หรือกลุ่มเครือสหายของคุณอาจจะจัดปฏิบัติการสร้างความรู้ขึ้นมาเองก็ได้

บทที่ 5 การเข้าหามวลชน

คนที่เกี่ยวข้องหรือมีความห่วงใยประเด็นหนึ่งๆ มีความรับผิดชอบที่จะทำหน้าที่อย่างขันแข็งในการเข้าหามวลชนในชุมชนและให้การศึกษา คณะกรรมการศิลปะและงานเขียนควรทำแผ่นพับที่พูดถึงประเด็น พูดถึงการที่จะเดินทางไปร่วมปฏิบัติการมวลชน

บทที่ 6 งานจัดการเกี่ยวกับการเดินทาง

มีเรื่องให้คิดตัดสินใจมากมายก่อนจะเริ่มต้นออกเดินทางไปยังสถานที่ปฏิบัติการ เมื่อคุณอยู่ในที่ปฏิบัติการ ระดับความเครียดก็สูงมากอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณเอาใจใส่กับเรื่องต่างๆ ต่อไปนี้ก่อนที่คุณจะจากบ้านจากเมือง คุณจะพบว่าตัวเองสามารถจดจ่ออยู่แต่เรื่องที่ว่าคุณมาร่วมปฏิบัติการนี้ทำไม

บทที่ 8 สื่อมวลชน

บ่อยครั้งที่ดูเหมือนว่าไม่ว่าเราจะทำอะไร สื่อมวลชนกระแสหลักก็ไม่ให้ความสำคัญกับนักกิจกรรมของเรา และเมินเฉยต่อความห่วงใยเรื่องประชาธิปไตยแท้จริงและกระบวนการประชาธิปไตย บางครั้งสื่อมวลชน “ทางเลือก” ก็ไม่ให้พื้นที่และความเอาใจใส่แก่เราอย่างที่เราคาดหวังจากพวกเขา ทำให้นักกิจกรรมหลายคนสงสัยว่าสื่อมวลชนนั้นคุ้มค่าความพยายามของเราหรือไม่

บทที่ 9 ที่เมืองของคุณ ในช่วงเวลาปฏิบัติการ

เพื่อให้คุณสามารถเดินทางไปเข้าร่วมปฏิบัติการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่เมืองของคุณยังมีกิจกรรมและภารกิจหลายอย่างที่ต้องทำ กิจกรรมและภารกิจต่างๆ นี้ เปิดโอกาสอย่างดีให้แก่นักกิจกรรมที่ไม่ได้เดินทางไปด้วยได้ร่วมทำบทบาทหน้าที่ ในขณะที่คุณวางแผนกิจกรรมและภารกิจเหล่านี้

บทที่ 10 เมื่อไปถึงเมืองที่มีปฏิบัติการ

และแล้ว คุณก็ไปอยู่ในที่ที่คุณอยากจะไป ในจังหวะเวลาที่คุณจะได้ทำอะไรก็ตามที่คุณตั้งใจมาทำ การหลีกเลี่ยงการก่อกวนของตำรวจหมายถึงการประพฤติตัวอย่างฉลาดและถูกกฎหมายดังที่จะได้อธิบายไว้ในส่วน “คำแนะนำเรื่องรถ” และ “คำแนะนำสำหรับคนเดินถนน” ข้างล่างนี้

บทที่ 11 กลับบ้าน หลังจากปฏิบัติการ

ออกจะเป็นเรื่องปกติที่เราจะนอนน้อยเกินไป หรือเครียดมากในระหว่างปฏิบัติการ และบ่อยครั้งที่เราไปอยู่ในเมืองที่ไม่คุ้น นอนในที่ที่ไม่คุ้น กินอาหารที่ไม่คุ้น และพบกับเพื่อนใหม่ๆ ที่เราไม่คุ้น เราอาจจะพยายามทำตัวให้มีประสิทธิภาพมากกว่าปกติเพราะว่าเดิมพันสูงกว่าปกติ

ภาคผนวก 4 การจัดการแสดงเอกภาพในคุกหรือในศาล

การแสดงเอกภาพในคุกหรือในศาล เป็นการผสมผสานเทคนิคการไม่ให้ความร่วมมือ (Non cooperation) และการต่อรองแบบหมู่ ที่กลุ่มนักกิจกรรมอาจจะนำไปใช้เพื่อเป็นการดูแลกันและกันในระบบกฎหมาย จุดผกผันของการแสดงเอกภาพเกิดขึ้นได้ก็เพราะว่าคุกหรือว่าศาลนั้น ถ้าจะดำเนินการไปได้อย่างราบรื่นก็ต้องให้คนเซื่องหรือว่าง่าย คุกคาดหวังว่านักโทษจะยอมเข้าแถว

ภาคผนวก 5 ความรู้พื้นฐานเพื่อการปฐมพยาบาล

คิดไว้ล่วงหน้า ว่าอะไรบ้างที่จำเป็นต้องมีและต้องนำไป ต้องรู้ว่าน่าจะเกิดอะไรขึ้น รู้ว่าจะหาความช่วยเหลือได้ที่ไหน และคิดวิธีการที่จะติดต่อกับเพื่อนให้ได้ถ้าหากว่าเกิดพลัดหลงกัน

ภาคผนวก 6 การเขียนใบแถลงข่าว

นักข่าวพูดภาษาเพียงภาษาเดียว นั่นคือภาษาของพวกเขาเอง ถ้าคุณต้องการจะเข้าถึงพวกเขา คุณก็ต้องพูดภาษาของพวกเขา นั่นหมายความว่าใบแถลงข่าวของคุณต้องเลียนแบบรูปแบบและวิธีการเขียนแบบข่าว มันง่ายและตรงไปตรงมา และถ้าคุณไม่ใช้แบบนี้ ใบแถลงข่าวของคุณจะไม่เป็นผล ต่อไปนี้เป็นวิธีเขียน

ภาคผนวก 8 การหนุนช่วยภาวะเจ็บปวดฝังลึก

การทำปฏิบัติการทางสังคมไม่ใช่เรื่องง่าย ในการที่จะยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งเพื่อโลก เพื่อเสรีภาพ และเพื่อสิทธิมนุษยชนในเวลาที่ยากลำบาก เรามักจะเผชิญกับความรุนแรง ที่ทำให้เจ็บปวด เราจำเป็นต้องรู้วิธีพยุงกันและกันไว้ ต้องรู้ถึงการตอบสนองแบบมนุษย์ของเราต่อภาวะเจ็บปวดฝังลึก

“การยกระดับปฏิบัติการบนท้องถนนขึ้นไปอีกขั้น” หมายความว่าอะไร  

ในการเข้าร่วมชุมนุมหรือเข้าร่วมปฏิบัติการแต่ละครั้งเปิดโอกาสให้เราได้ใช้ชีวิตช่วงสั้นๆ ในโลกอุดมคติที่เราต่างวาดฝันไว้  ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตย เราแบ่งงานกัน ช่วยกันแก้ปัญหา ดูแลกันและกัน แบ่งปันและเรียนรู้ทักษะต่างๆ  ช่วงเวลาชุมนุมไม่กี่วันนั้นนับเป็นช่วงที่เราจะได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นๆ มากหน้าหลายตาที่เราไม่รู้จักมาก่อน นอกเหนือจากคนในชุมชนหรือเพื่อนพ้องเรา 

คู่มือนี้เป็นเครื่องมือสำหรับสร้างปฏิบัติการรูปแบบใหม่โดยมุ่งเน้นที่การเดินทางไปเข้าร่วมชุมนุมมวลชนบนท้องถนน แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดตั้งในชุมชนด้วย  เครื่องมือเหล่านี้มาจากการวางแผนปฏิบัติการ การอบรมเชิงปฏิบัติการ และประสบการณ์ของคณะผู้เขียน รวมทั้งจากการสนทนาพูดคุยกันหลายต่อหลายครั้งว่าจะนำทฤษฎีเหล่านี้ไปใช้จริงได้อย่างไร  เนื้อหาบางส่วนมาจากกลุ่มรักคัสโซไซตี้  (Ruckus Society) พันธมิตรนักศึกษาเซียร์รา (Sierra Student Coalition) โครงการเสริมพลังอำนาจภาคใต้ (Southern Empowerment Project) กลุ่มแบล็กครอสส์ (Black Cross) และ Anarchism in Action

เนื้อหาที่ปรากฏในคู่มือนี้วางอยู่บนหลักการและคุณค่าที่เรายึดถือ อันได้แก่

  • เราปฏิบัติงานอย่างเป็นประชาธิปไตยที่สุดเท่าที่ทำได้
  • เราปฏิบัติงานโดยให้เกิดการมีส่วนร่วมมากที่สุดเท่าที่ทำได้  เราระมัดระวังและหลีกเลี่ยงอะไรก็ตามที่จะนำไปสู่วัฒนธรรมอภิสิทธิชนนิยม (elitism) วัฒนธรรมรักษาความปลอดภัย (security culture) การยึดมั่นถือมั่นในอุดมการณ์จนไม่ฟังใคร (Ideological rigidity) รวมทั้งลัทธินิยมแกนนำ (Vanguardism)
  • เราให้ความสำคัญกับ “กระบวนการ” (การสร้างทักษะและชุมชน) มากกว่า “ผลลัพธ์” (การทำสิ่งต่างๆ ให้ “ถูกต้อง”) เท่าที่ทำได้ นั่นหมายถึงเราสนับสนุนให้คนได้ลองทำงานหน้าที่ใหม่ๆ ให้มากที่สุด และพยายามไม่ต่อว่ากล่าวโทษใครคนใดคนหนึ่งหากเกิดความผิดพลาด
  • เราเรียนรู้ว่าบางครั้งก็ต้องให้อำนาจหรือความรับผิดชอบชั่วคราวแก่ใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งหมายความว่าการตัดสินใจจะไม่เป็นประชาธิปไตย (เช่นหน้าที่ปลุกคนให้ตื่นแต่เช้าและจัดคนขึ้นรถเป็นต้น)
  • เราคิดว่าการที่ใครสักคนลุกขึ้นมาท้าทายปัจเจกนิยมในตัวด้วยการเรียนรู้ที่จะทำงานกับกลุ่ม เป็นการเปลี่ยนแปลงชนิดที่เรียกว่าปฏิวัติตัวเองเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าการเรียนรู้นี้หมายถึงการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เพื่อให้งานสำเร็จ เรียนรู้ที่จะเผชิญหน้าผู้คนแทนการหลีกเลี่ยงหรือหลบหน้า เรียนรู้ที่จะพูดและฟัง รวมถึงเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบต่อคนอื่นๆ
  • เราไม่คิดว่าปฏิบัติการบนท้องถนนหรือการชุมนุมมวลชนจะมาแทนที่การจัดตั้งในชุมชน และไม่ได้คิดว่ามันเป็นปฏิบัติการที่สำคัญที่สุด แต่เราคิดว่ามันมีประโยชน์มาก เป็นโอกาสที่เราจะได้ใช้ชีวิตในโลกที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยกัน เป็นโอกาสให้ได้ฝึกอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงและเชื่อมั่นในการเปลี่ยนแปลง พร้อมกับได้เรียนรู้ทักษะและแนวคิดต่างๆ เพื่อหนุนเสริมการจัดตั้งในชุมชนและปฏิบัติการในอนาคตให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

โปรดระลึกไว้ว่า อย่าให้ปฏิบัติการบนท้องถนนหรือการชุมนุมมวลชนเข้ามามีอิทธิพลกับเรามากกว่าการจัดตั้งในชุมชน และมันไม่ใช่ปฏิบัติการที่ห้าวหาญที่สุดหรือได้ผลที่สุด แต่เป็นเพียงอีกแนวทางหนึ่งที่จะแสดงออกถึงการต่อต้านขัดขืนและแนวทางที่เราจะเข้าร่วมเพื่อสร้างโลกที่เป็นธรรมกว่าที่เป็นอยู่ ทั้งยังเป็นโอกาสที่เราจะได้ท้าทายการทำกิจกรรมและยกระดับการจัดตั้งขึ้นไปอีกทั้งในด้านความมุ่งมั่น ทักษะและการแสดงออก

 ใกล้จะถึงเวลาชุมนุมแล้วใช่ไหม แต่เรายังมีกันอยู่แค่ไม่กี่คน


ผู้แปล: ลภาพรรณ ศุภมันตา 

แปลจาก “mass action handbook: getting your community on the road and into the street”, http://www.uproot.info/actionhandbook/index.html

Photo by Mike Von on Unsplash

Scroll Up