บทที่ 2 เตรียมพร้อม! ข้อควรรู้เพื่อเข้าร่วมชุมนุมอย่างมีประสิทธิภาพ

เตรียมพร้อม !
ข้อควรรู้เพื่อเข้าร่วมชุมนุมอย่างมีประสิทธิภาพ
Slider
สารบัญ
เนื้อหาหลักภาคผนวก

บทที่ 1 ยกปฏิบัติการขึ้นไปอีกขั้น

ในการเข้าร่วมชุมนุมหรือเข้าร่วมปฏิบัติการแต่ละครั้งเปิดโอกาสให้เราได้ใช้ชีวิตช่วงสั้นๆ ในโลกอุดมคติที่เราต่างวาดฝันไว้ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตย เราแบ่งงานกัน ช่วยกันแก้ปัญหา ดูแลกันและกัน แบ่งปันและเรียนรู้ทักษะต่างๆ ช่วงเวลาชุมนุมไม่กี่วันนั้นนับเป็นช่วงที่เราจะได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นๆ มากหน้าหลายตาที่เราไม่รู้จักมาก่อน นอกเหนือจากคนในชุมชนหรือเพื่อนพ้องเรา

บทที่ 2 เตรียมพร้อม! ข้อควรรู้เพื่อเข้าร่วมชุมนุมอย่างมีประสิทธิภาพ

การไปเข้าร่วมปฏิบัติการบนท้องถนนหรือการชุมนุมมวลชนแต่ละครั้งต้องใช้พลังงานมหาศาล ดังนั้นเมื่อเราไปถึงที่นั่นจะต้องมั่นใจว่าการไปเข้าร่วมของเราต้องได้ผล เราไม่ได้เดินทางมาตั้งไกลเพื่อที่จะ “ไปดูซะหน่อย” แต่เราเข้าร่วมก็เพื่อหนุนเสริมปฏิบัติการ เรายังทำหลายสิ่งหลายอย่างได้อีกมาก

บทที่ 3 การเป็นกลุ่มเครือสหาย และใช้ชีวิตในโลกที่คุณอยากเห็น

กลุ่มเครือสหายประกอบด้วยคนที่คิดคล้ายๆ กันหรือมีใจจะทำบางสิ่งบางอย่างมารวมตัวกัน ถ้าคุณเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนักกิจกรรม กลุ่มเครือสหายอาจจะตั้งขึ้นมาโดยคนที่สนใจจะทำงานในประเด็นใดประเด็นหนึ่งมารวมตัวกันและพูดคุยกัน เครือสหายจะกำหนดเป้าหมาย โครงสร้างและวัฒนธรรมกลุ่มของตนเอง

บทที่ 4 ปฏิบัติการสร้างความรู้

ขณะเตรียมจะเดินทางไปยังสถานที่ห่างไกลเพื่อประท้วง คุณจะพบคำถามมากมายอย่างแน่นอน ทำไมจะต้องเสียเวลาไปประท้วงด้วยล่ะ คุณประท้วงอะไร ทำไมถึงไม่ดีล่ะ คุณอาจรับมือกับคำถามเหล่านี้ทีละคำถาม หรือกลุ่มเครือสหายของคุณอาจจะจัดปฏิบัติการสร้างความรู้ขึ้นมาเองก็ได้

บทที่ 5 การเข้าหามวลชน

คนที่เกี่ยวข้องหรือมีความห่วงใยประเด็นหนึ่งๆ มีความรับผิดชอบที่จะทำหน้าที่อย่างขันแข็งในการเข้าหามวลชนในชุมชนและให้การศึกษา คณะกรรมการศิลปะและงานเขียนควรทำแผ่นพับที่พูดถึงประเด็น พูดถึงการที่จะเดินทางไปร่วมปฏิบัติการมวลชน

บทที่ 6 งานจัดการเกี่ยวกับการเดินทาง

มีเรื่องให้คิดตัดสินใจมากมายก่อนจะเริ่มต้นออกเดินทางไปยังสถานที่ปฏิบัติการ เมื่อคุณอยู่ในที่ปฏิบัติการ ระดับความเครียดก็สูงมากอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณเอาใจใส่กับเรื่องต่างๆ ต่อไปนี้ก่อนที่คุณจะจากบ้านจากเมือง คุณจะพบว่าตัวเองสามารถจดจ่ออยู่แต่เรื่องที่ว่าคุณมาร่วมปฏิบัติการนี้ทำไม

บทที่ 8 สื่อมวลชน

บ่อยครั้งที่ดูเหมือนว่าไม่ว่าเราจะทำอะไร สื่อมวลชนกระแสหลักก็ไม่ให้ความสำคัญกับนักกิจกรรมของเรา และเมินเฉยต่อความห่วงใยเรื่องประชาธิปไตยแท้จริงและกระบวนการประชาธิปไตย บางครั้งสื่อมวลชน “ทางเลือก” ก็ไม่ให้พื้นที่และความเอาใจใส่แก่เราอย่างที่เราคาดหวังจากพวกเขา ทำให้นักกิจกรรมหลายคนสงสัยว่าสื่อมวลชนนั้นคุ้มค่าความพยายามของเราหรือไม่

บทที่ 9 ที่เมืองของคุณ ในช่วงเวลาปฏิบัติการ

เพื่อให้คุณสามารถเดินทางไปเข้าร่วมปฏิบัติการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่เมืองของคุณยังมีกิจกรรมและภารกิจหลายอย่างที่ต้องทำ กิจกรรมและภารกิจต่างๆ นี้ เปิดโอกาสอย่างดีให้แก่นักกิจกรรมที่ไม่ได้เดินทางไปด้วยได้ร่วมทำบทบาทหน้าที่ ในขณะที่คุณวางแผนกิจกรรมและภารกิจเหล่านี้

บทที่ 10 เมื่อไปถึงเมืองที่มีปฏิบัติการ

และแล้ว คุณก็ไปอยู่ในที่ที่คุณอยากจะไป ในจังหวะเวลาที่คุณจะได้ทำอะไรก็ตามที่คุณตั้งใจมาทำ การหลีกเลี่ยงการก่อกวนของตำรวจหมายถึงการประพฤติตัวอย่างฉลาดและถูกกฎหมายดังที่จะได้อธิบายไว้ในส่วน “คำแนะนำเรื่องรถ” และ “คำแนะนำสำหรับคนเดินถนน” ข้างล่างนี้

บทที่ 11 กลับบ้าน หลังจากปฏิบัติการ

ออกจะเป็นเรื่องปกติที่เราจะนอนน้อยเกินไป หรือเครียดมากในระหว่างปฏิบัติการ และบ่อยครั้งที่เราไปอยู่ในเมืองที่ไม่คุ้น นอนในที่ที่ไม่คุ้น กินอาหารที่ไม่คุ้น และพบกับเพื่อนใหม่ๆ ที่เราไม่คุ้น เราอาจจะพยายามทำตัวให้มีประสิทธิภาพมากกว่าปกติเพราะว่าเดิมพันสูงกว่าปกติ

ภาคผนวก 4 การจัดการแสดงเอกภาพในคุกหรือในศาล

การแสดงเอกภาพในคุกหรือในศาล เป็นการผสมผสานเทคนิคการไม่ให้ความร่วมมือ (Non cooperation) และการต่อรองแบบหมู่ ที่กลุ่มนักกิจกรรมอาจจะนำไปใช้เพื่อเป็นการดูแลกันและกันในระบบกฎหมาย จุดผกผันของการแสดงเอกภาพเกิดขึ้นได้ก็เพราะว่าคุกหรือว่าศาลนั้น ถ้าจะดำเนินการไปได้อย่างราบรื่นก็ต้องให้คนเซื่องหรือว่าง่าย คุกคาดหวังว่านักโทษจะยอมเข้าแถว

ภาคผนวก 5 ความรู้พื้นฐานเพื่อการปฐมพยาบาล

คิดไว้ล่วงหน้า ว่าอะไรบ้างที่จำเป็นต้องมีและต้องนำไป ต้องรู้ว่าน่าจะเกิดอะไรขึ้น รู้ว่าจะหาความช่วยเหลือได้ที่ไหน และคิดวิธีการที่จะติดต่อกับเพื่อนให้ได้ถ้าหากว่าเกิดพลัดหลงกัน

ภาคผนวก 6 การเขียนใบแถลงข่าว

นักข่าวพูดภาษาเพียงภาษาเดียว นั่นคือภาษาของพวกเขาเอง ถ้าคุณต้องการจะเข้าถึงพวกเขา คุณก็ต้องพูดภาษาของพวกเขา นั่นหมายความว่าใบแถลงข่าวของคุณต้องเลียนแบบรูปแบบและวิธีการเขียนแบบข่าว มันง่ายและตรงไปตรงมา และถ้าคุณไม่ใช้แบบนี้ ใบแถลงข่าวของคุณจะไม่เป็นผล ต่อไปนี้เป็นวิธีเขียน

ภาคผนวก 8 การหนุนช่วยภาวะเจ็บปวดฝังลึก

การทำปฏิบัติการทางสังคมไม่ใช่เรื่องง่าย ในการที่จะยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งเพื่อโลก เพื่อเสรีภาพ และเพื่อสิทธิมนุษยชนในเวลาที่ยากลำบาก เรามักจะเผชิญกับความรุนแรง ที่ทำให้เจ็บปวด เราจำเป็นต้องรู้วิธีพยุงกันและกันไว้ ต้องรู้ถึงการตอบสนองแบบมนุษย์ของเราต่อภาวะเจ็บปวดฝังลึก

การไปเข้าร่วมปฏิบัติการบนท้องถนนหรือการชุมนุมมวลชนแต่ละครั้งต้องใช้พลังงานมหาศาล ดังนั้นเมื่อเราไปถึงที่นั่นจะต้องมั่นใจว่าการไปเข้าร่วมของเราต้องได้ผล  เราไม่ได้เดินทางมาตั้งไกลเพื่อที่จะ “ไปดูซะหน่อย” แต่เราเข้าร่วมก็เพื่อหนุนเสริมปฏิบัติการ  เรายังทำหลายสิ่งหลายอย่างได้อีกมาก และยุทธวิธีทั้งหลายนั้นก็ย่อมเสี่ยงมากน้อยต่างกันไป เราจึงพึงตระหนักและเต็มใจรับความเสี่ยงซึ่งเปลี่ยนไปได้ตลอดขณะเข้าร่วมปฏิบัติการ

องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดก่อนเข้าร่วมปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ คือความเข้าใจว่าเราแต่ละคนไม่อาจเปลี่ยนโลกนี้ได้โดยลำพัง หากจะต้องทำงานร่วมกับคนอื่นๆ  การเรียนรู้การทำงานร่วมกับคนอื่นนั้นเป็นงานที่ใหญ่ที่สุดและยากที่สุดของนักกิจกรรม ดังนั้นมาเรียนรู้กันเถอะว่าจะเป็นกลุ่มเครือสหายได้อย่างไร 

  ในบทนี้เราจะชี้ให้เห็นวัฒนธรรมรักษาความปลอดภัยและยุทธวิธีที่หลากหลายอย่างสั้นๆ แล้วจากนั้นจะมาดูโครงสร้างพื้นฐาน บทบาทสำคัญ และปฏิบัติการที่ทำได้

วัฒนธรรมรักษาความปลอดภัย

ดูจะเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่นักกิจกรรมมักจะปฏิบัติการท่ามกลางบรรยากาศของความลับ ความระแวงสงสัยจนเกือบจะเป็นโรคจิตหวาดระแวงกันแล้ว  เรามักคอยสังเกตคนโน้นคนนี้ว่าเป็นสันติบาลหรือไม่ เป็นสายข่าวใคร มาจากสายไหน กลุ่มไหน ฯลฯ จนกระทั่งหลายคนที่อาจจะไม่รู้อิโหน่อิเหน่เป็นต้องหลุดจากกลุ่มของเราไปอย่างน่าเสียดาย

วัฒนธรรมรักษาความปลอดภัยหรือ “ปิดลับ” นั้นเป็นปัญหาหนึ่งของปฏิบัติการเลยทีเดียว ต่อไปนี้คือข้อสังเกตบางอย่างเกี่ยวกับความเห็นดังกล่าว (บางข้อเราหาได้อุปาทานเอาเองไม่) 

  • ถ้าความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยกลายเป็นอุปสรรคไม่ให้ผู้คนทำสิ่งที่พวกเขาตั้งใจมาทำละก็ ความกังวลนี้ก็เริ่มมากจนเกินเหตุแล้วละ
  • วัฒนธรรมรักษาความปลอดภัยไม่ก่อเกิดผลดีใดๆ ถ้ามันทำให้เราปฏิบัติต่อคนอื่นด้วยความหวาดระแวง แทนที่จะยินดีโอบรับพวกเขาเยี่ยงมิตรสหาย
  • เราอาจสันนิษฐานได้เช่นกันว่าการประชุมเกือบทุกครั้งมีคนอื่นแทรกซึมเข้ามา และตำรวจรู้ว่าเรากำลังทำอะไร เนื่องจากสิ่งที่เรากำลังทำอยู่คือการแสดงออกถึงสิทธิในการพูดอย่างเสรีในทางสร้างสรรค์ เราจึงไม่ควรรู้สึกว่ามีอะไรต้องแอบซ่อน ในทางตรงข้าม ยิ่งพวกเขามาวนเวียนอยู่ในการประชุมของเรา พวกเขาก็จะยิ่งได้รู้ว่า (และเรารู้ว่าพวกเขาก็รู้) เราไม่ใช้ความรุนแรง เป็นประชาธิปไตย และความคิดเกี่ยวกับโลกใบนี้ก็ออกจะน่าสนใจ
  • ถ้าเรากังวลเป็นพิเศษที่จะเก็บข้อมูลความเคลื่อนไหวไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ เราก็จะปฏิบัติการแต่ในวงเล็กๆ ที่มีเฉพาะคนที่เราไว้ใจเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงไม่จำเป็นต้องมีวัฒนธรรมรักษาความปลอดภัย
  • การปิดลับนั้นหมายความว่ามีบางคนรู้บางคนไม่รู้  การที่มีใครบางคนรู้หมายถึงเขามีข้อมูลมากกว่าคนอื่นๆ ซึ่งก่อให้เกิดลำดับชั้นขึ้นในกลุ่ม มีคนไม่กี่คนที่รู้ข้อมูลมากกว่าคนอื่น ในขณะที่คนจำนวนมากแทบไม่รู้อะไรเลย และนี้คือรากฐานหนึ่งของลัทธิชนชั้นนำอันนำไปสู่ความไม่เป็นประชาธิปไตย

เราจะพบเจอวัฒนธรรมรักษาความปลอดภัยขณะปฏิบัติการอยู่บ่อยๆ  บางคนวิตกกังวลหนักว่าตำรวจคอยจับตาดูอยู่และเข้าแทรกซึม พวกเขาจะปฏิบัติต่อคนแปลกหน้า (และเพื่อนบางคนด้วย) ราวกับพวกนั้นเป็นตำรวจ ขณะที่คนอื่นๆ กลับรู้สึกว่าการปฏิบัติต่อคนอื่นด้วยความหวาดระแวงนั้นไม่เกิดประโยชน์  ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญกับวัฒนธรรมรักษาความปลอดภัย ขอให้เราจำเรื่องต่อไปนี้ไว้

  1. เคารพขอบเขตของผู้อื่น
  2. อย่าคิดว่าเขาระแวงเราเป็นการส่วนตัว
  3. อย่าเปลี่ยนท่าทีของเราเพียงเพราะคนอื่นมีท่าทีไม่เป็นมิตร
  4. อย่ากล่าวหานักกิจกรรมคนอื่น จงตระหนักว่าการสมคบก่อคดีอุกฉกรรจ์เป็นข้อหารุนแรงที่อาจทำให้นักกิจกรรมบางคนต้องติดคุกเป็นเวลานาน  จงอย่าแสดงให้ใครเห็นว่าเรารู้ว่าใครเป็นคนจัดตั้ง วางแผน หรือนำปฏิบัติการโดยเด็ดขาด  อย่าปล่อยให้ตัวเองคิดหรือรู้สึกว่ามัน “เท่” มากที่เรารู้เรื่องพวกนี้ แต่เรื่อง “เท่ๆ” ที่เราควรทำก็คือเป็นเอกภาพกับนักกิจกรรมคนอื่นๆ และถือว่าข้อมูลที่เราได้มาเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์และเป็นความลับ ไม่ควรโอ้อวดหรือบอกใคร  ถ้าใครก็ตาม (แม้แต่แม่เราเอง) ถามว่าปฏิบัติการนี้ใครเป็นคนต้นคิดหรือใครจัดตั้งก็ให้เปลี่ยนเรื่องคุย  การโกหกเจ้าหน้าที่ตำรวจถือว่าผิดกฎหมาย (แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจโกหกเราเป็นเรื่องถูกกฎหมายก็ตาม) แต่การปฏิเสธจะให้ปากคำไม่ผิดกฎหมายนี่นา  ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจถามเราว่าใครเป็นคนต้นคิดปฏิบัติการนี้ ก็ให้บอกว่า “ฉันไม่พูดเรื่องนี้”  อย่ากังวลที่จะพูดประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมาจนกว่าอีกฝ่ายจะเบื่อไปเอง

ยุทธวิธีที่หลากหลาย

ในการประท้วงเราจะพบยุทธวิธีต่างๆ มากมายที่นำมาใช้กัน ในที่นี้ใช้คำว่า “ยุทธวิธีที่หลากหลาย” เพื่อจะบอกว่า

  • ทุกๆ ยุทธวิธีใช้เพื่อบรรลุผลบางอย่าง และมีส่วนช่วยการต่อสู้ในภาพรวมเมื่อเราหลอมรวมยุทธวิธีต่างๆ มาใช้
  • ทุกๆ ยุทธวิธีใช้สื่อสารได้ผลกับคนที่เราต้องการจัดตั้งบางคน แต่อาจใช้ไม่ได้ผลกับคนอื่นๆ
  • “ยุทธวิธีที่หลากหลาย” คือบททดสอบเพื่อสร้าง “ประชาธิปไตยที่เราอยากเห็น”  อะไรที่ดูยุ่งเหยิง ไม่มีการจัดการ หรือแม้แต่ขัดแย้งกัน ก็คือกระบวนการทางสังคมของความเป็นเอกภาพที่คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของคนทุกๆ คนที่มารวมกันเพื่อจะทำการให้สำเร็จ
  • การวิเคราะห์สิ่งต่างๆ หลากหลายประกอบกันจะทำให้การวิเคราะห์ขบวนการเคลื่อนไหวโดยรวมหนักแน่นขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้การประท้วงสนุกยิ่งขึ้นและไม่ตกยุค  

โครงสร้างพื้นฐานเวลาปฏิบัติการ

จุดนัดพบ/ศูนย์ต้อนรับ

สถานที่นี้เป็นคล้ายๆ ที่ทำการใหญ่ของนักกิจกรรม  ที่นี่จะมีแผนที่ กำหนดการ กิจกรรม ใบปลิว กระดานติดประกาศ หมายเลขโทรศัพท์สำคัญ และกิจกรรมต่างๆ ที่เราจะเข้าร่วมได้ 

ถ้าเราไม่เคยไปสถานที่นี้มาก่อน ในบทที่ 10 เรามีข้อมูลมากกว่านี้ว่าจุดนัดพบจะมีอะไรบ้าง

ศูนย์อื่นๆ

ศูนย์อื่นๆ อีกหลายศูนย์อาจจะตั้งอยู่ที่เดียวกับจุดนับพบหรือศูนย์ต้อนรับ หรืออาคารหลังอื่นก็ได้ ศูนย์อื่นๆ ได้แก่

  • ที่ประชุม (สำหรับสภาโฆษกหรือการประชุมอื่นๆ)
  • โรงผลิตอุปกรณ์ปฏิบัติการหรืองานศิลปะอื่น
  • คลินิกแพทย์
  • พื้นที่เตรียมอาหารของกลุ่ม “ฟู้ดนอตบอมส์” (food not bombs)*
  • ศูนย์สื่อมวลชนอิสระ (Independent Media Center หรือศูนย์ไอเอ็มซี)  ปฏิบัติการทุกครั้งจะมีการตั้งศูนย์ไอเอ็มซีขึ้นมาเพื่อช่วยให้คนทำหน้าที่สื่อได้ด้วยตัวเอง (www.indymedia.org)

* กลุ่มฟู้ดนอตบอมส์เป็นการรวมตัวของนักกิจกรรมต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ที่สหรัฐอเมริกาที่ใช้วิธีการประท้วงด้วยการแจกอาหาร ของใช้จำเป็นและปัจจัยสี่ให้ทุกคนโดยไม่มีการแบ่งแยก  Food Not Bombs เริ่มทำกิจกรรมครั้งแรกเมื่อปี 1981 โดยประท้วงกลุ่มผู้บริหารธนาคารบอสตัน (Bank of Boston) ที่สนับสนุนการก่อสร้างและซื้อพลังงานนิวเคลียร์ หน้าอาคาร South Station ที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยแต่งกายเป็นคนไร้บ้านยืนแจกซุปหน้าอาคารนั้นให้ผู้สัญจรผ่านไปผ่านมา http://foodnotbombs.net/new_site/ 

สภาโฆษก

เป็นการประชุมใหญ่ประจำคืนซึ่งทุกกลุ่มเครือสหายจะต้องส่งตัวแทนมาร่วม  การประชุมนี้ไม่เปิดให้สื่อมวลชน (แม้จะเป็นสื่อทางเลือกก็ตาม) และตำรวจ แต่ก็ใช่ว่าจะปลอดภัย คาดว่าตำรวจก็แทรกซึมเข้ามาอยู่ดี  ในที่ประชุมนี้ กลุ่มผู้ปฏิบัติงานทางการแพทย์ ทางกฎหมาย ฯลฯ จะรายงานสถานการณ์ล่าสุด และวางแผน “กรอบการทำงาน” ของปฏิบัติการ นั่นหมายความว่ามีการตัดสินใจบางประการเกิดขึ้น เช่น กลุ่มใหญ่จะพบกันที่ไหน  เวลาและสถานที่ไหนจะ “เขียว” (ไม่มีการเผชิญหน้า และ “ปลอดภัย” ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้สำหรับคนที่จะไม่ถูกจับ พวกเด็กๆ เป็นต้น) หรือ “เหลือง” (รวมถึงปฏิบัติการท้าทายซึ่งหน้าที่อาจสุ่มเสี่ยงถูกตำรวจตอบโต้)  บ่อยครั้งที่การประชุมสภาโฆษกจำกัดให้โฆษกตัวแทนกลุ่มเครือสหายเท่านั้นได้พูด

ปฏิบัติการสร้างความรู้และกิจกรรมด้านการศึกษา

มีการจัดกิจกรรมด้านการศึกษาอย่างกว้างขวาง ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการมวลชน อย่าลืมใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ได้จากกิจกรรมนี้เพื่อจะได้เข้าใจการวิเคราะห์สถานการณ์และกรอบคิดเรื่องการต่อต้านที่ขบวนการเคลื่อนไหวต่างๆ ทั่วโลกพัฒนาขึ้นมา

บทบาทในกลุ่ม (อาจผลัดกันวันต่อวัน)

ผู้หนุนช่วยด้านกฎหมายภาคสนาม

คนคนนี้จะต้องอยู่ในเขตสีเขียวเป็นหลักตลอดช่วงปฏิบัติการ รายละเอียดให้ดูบทที่ 7

ผู้ประสานงานสื่อมวลชน

หลายคนในกลุ่มอาจจะรู้สึกอึดอัดเวลาคุยกับสื่อมวลชน  แม้ว่าทุกคนควรรับผิดชอบในการตอบคำถามที่ว่า “ทำไมเราถึงมาที่นี่ในวันนี้” ได้อย่างชาญฉลาดถ้าไมโครโฟนยื่นมาตรงหน้า แต่หลังจากนั้นอย่าลังเลที่จะส่งไม้ต่อไปยังผู้ประสานงานสื่อมวลชนของกลุ่ม  ผู้ประสานงานที่ทำหน้าที่นี้ควรต้องคุ้นเคยกับประเด็นที่กำลังพูดถึงอยู่ (ที่หาได้จากอินเทอร์เน็ตหรือกลุ่มของเราเขียนขึ้นมาเอง) และสะดวกคุยกับสื่อมวลชน  ถ้ากลุ่มของเราสะดุดตามาก (อาทิ การแต่งตัว ฯลฯ) ก็เป็นไปได้อย่างยิ่งที่เราจะได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน และเราจำเป็นต้องพร้อมรับมือเสมอ 

ผู้ประสานงานตำรวจ

ถ้ากลุ่มของเราปฏิบัติการกันเอง เราควรแต่งตั้งผู้ประสานงานกับตำรวจ คนคนนี้ ไม่เจรจาต่อรองกับตำรวจ เพียงแค่รับส่งข้อมูลไปมาระหว่างตำรวจกับกลุ่มที่ปฏิบัติการอยู่เท่านั้น คนคนนี้มีความสำคัญมากในการรักษาความปลอดภัย เมื่อตำรวจเกิดสับสนขึ้นมา หรือกลุ่มไม่ประสงค์จะคุยกับตำรวจโดยตรง

ผู้ดูแลงานศิลป์

หุ่นกระบอก สัญลักษณ์ ป้าย อาจเสียหายได้มากระหว่างขนส่งและปฏิบัติการ ผู้ดูแลงานศิลป์จะทำให้มั่นใจว่างานศิลป์และอุปกรณ์ทั้งหมดจะได้รับการซ่อมแซมตอนกลางคืนและพร้อมนำออกไปใช้งานในตอนเช้า เขาจะขอให้คนอื่นช่วยประเมินความเสียหายและซ่อมแซมภายหลังปฏิบัติการ ยกงานศิลป์ขึ้นรถ และสอนใครก็ตามที่จำเป็นต้องรู้ว่าจะติดตั้งงานศิลป์นั้นอย่างไร และนำออกไปยังท้องถนนได้อย่างไร

ผู้ดูแลงานเขียน

ถ้าปฏิบัติการของเรามีงานเขียนเข้ามาเกี่ยวข้อง ผู้ดูแลงานเขียนจะคอยสำเนาเอกสาร รวบรวมเงิน และช่วยทำสำเนาเพิ่มเติมให้ทันเวลา

ผู้รายงานสถานการณ์ล่าสุด

จำเป็นยิ่งที่จะต้องส่งข้อมูลให้เพื่อนๆ ผู้สนับสนุน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักกิจกรรมในชุมชนหรือท้องถิ่นของเราที่ช่วยให้เราเดินทางมาเข้าร่วมปฏิบัติการมวลชนครั้งนี้ได้  จะต้องมีคนสักคนมารับภาระด้านการโทรศัพท์ประจำวัน  การรายงานสถานการณ์ล่าสุดทางอีเมลให้กลุ่มผู้รับอีเมล และ/หรือทางเว็บไซต์  จะเป็นการดีที่สุดถ้าได้จัดเตรียมระบบการติดต่อไว้ให้เรียบร้อยก่อนที่เราจะเดินทางมา  ระบบการติดต่อได้แก่ แผนภูมิโทรศัพท์ (phone tree) รายชื่อผู้รับอีเมลกลุ่มพิเศษ หรือการเชื่อมต่อเว็บไซต์ เพื่อที่นักกิจกรรมในชุมชนหรือท้องถิ่นของเราจะรู้ว่าพวกเขาจะได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างไร  ระบบการติดต่อแบบนี้จะช่วยให้ผู้หนุนช่วยงานด้านกฎหมายเบาใจได้ด้วย และช่วยให้คณะทำงานด้านสื่อในชุมชนหรือท้องถิ่นของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อจะจัดทำระบบนี้ล่วงหน้า จงตระหนักว่าในสถานที่ปฏิบัติการ เราอาจจะมีเวลาน้อยมากและเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้น้อยมากอีกด้วย

ผู้รายงานในสภาโฆษก

ไม่ทุกคนหรอกที่จะมีเวลา พลังและความอดทนเพียงพอสำหรับสภาโฆษกของปฏิบัติการขนาดใหญ่ แต่ทุกๆ คนในกลุ่มต้องการข้อมูลข่าวสาร ถ้าคนสักสองสามคนสามารถไปร่วมประชุมได้ทุกคืน พวกเขาจำต้องรับภาระในการนำข้อมูลข่าวสารทั้งหมดมารายงานต่อกลุ่ม

คุณแม่

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาหลายครั้ง เราสรุปได้ว่านักกิจกรรมและกลุ่มเครือสหายดูแลตัวเองได้ไม่ดีเลยในช่วงที่ยุ่งอยู่กับปฏิบัติการระดับเข้มข้น เราจำเป็นต้องมีแม่!  เนื่องจากบทบาทนี้มีองค์ประกอบบางอย่างที่เป็นลำดับชั้นอำนาจ และงานก็มากด้วย จึงแนะนำว่าควรผลัดเปลี่ยนกันทำ ยิ่งกว่านั้นเราขอแนะนำให้กลุ่มพิจารณาที่จะพาคุณแม่ออกไปด้วยเพราะแม่มักจะเป็นคนที่มักจะไม่ชอบหรือไม่สามารถออกไปที่ท้องถนนได้ คนคนนี้จะเล่นบทบาทแม่ให้ตลอดการเดินทาง บทบาทของคุณแม่ก็อย่างเช่น

  • ปลุกทุกคนให้ตื่นตอนเช้าอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงครึ่งก่อนเวลาออกไป (ไม่ว่าเพื่อนๆ จะคิดว่าตนเองต้องการเวลาทำภารกิจส่วนตัวน้อยแค่ไหนก็ตาม จริงๆ แล้วพวกเรามักคิดไว้น้อยเกินไปเสมอ เวลาชั่วโมงครึ่งนี้เป็นเวลาที่ใช้จริงๆ เพราะมีคนต้องใช้ห้องน้ำหลายคน เราต้องห่ออาหารกลางวัน จัดกระเป๋าใหม่ ช่วยเอางานศิลป์และจัดคนขึ้นรถ)
  • ซื้อข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ
  • ทำอาหาร (บางส่วน)
  • ดูแลให้คนจัดเตรียมอาหารกลางวัน!
  • ซื้อหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น
  • อัดเทปรายการข่าวโทรทัศน์ท้องถิ่น
  • ทำความสะอาด
  • ช่วยเหลือเวลามีคนต้องการอะไรที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้
  • อยู่ใกล้ๆ โทรศัพท์เพื่อคอยรับโทรศัพท์จากเรือนจำ (เราใช้โทรศัพท์มือถือจากในเรือนจำไม่ได้)
  • คุณแม่อาจจะเป็นคนเดียวกับผู้หนุนช่วยด้านกฎหมาย
  • เรียกคนให้เข้าประชุม
  • ถ่ายทอดข้อมูลให้แก่คนที่มาสาย หรืออื่นๆ
  • ประคับประคองด้านอารมณ์ แก้ไขความขัดแย้ง

ผู้ดูแลการเดินทาง

จากประสบการณ์ของเราพบว่าการพาคนขึ้น-ลงรถเป็นงานหนัก การใช้กระบวนการประชาธิปไตยในการจัดการเรื่องการเดินทางนั้นแทบจะไม่คุ้มกับความล่าช้าที่เกิดขึ้นเลย จากประสบการณ์ของเรา เราขอแนะนำให้ผลัดเวรกันรับตำแหน่งผู้ดูแล คนคนนี้มีหน้าที่ที่ต้องรู้เรื่องต่อไปนี้ตลอดเวลา

  • ตำแหน่งของรถทุกคัน
  • ตำแหน่งของกุญแจทุกดอก
  • ใครมีใบอนุญาตขับขี่รถชนิดไหน
  • กลุ่มย่อยกลุ่มใดจำเป็นต้องไปถึงที่ไหน ในเวลาไหน

นอกเหนือจากเรื่องที่ต้องรู้ดังกล่าวแล้ว ผู้ดูแลการเดินทางต้องมีอำนาจหน้าที่ที่จะ

  • ประเมินความต้องการของกลุ่มย่อยและจัดหาพาหนะให้
  • ต้อนคนออกนอกประตู

ปฏิบัติการที่ทำได้

ปฏิบัติการท้าทายซึ่งหน้าโดยกลุ่มเครือสหาย

ปฏิบัติการท้าทายซึ่งหน้าโดยกลุ่มเครือสหาย

ปฏิบัติการท้าทายซึ่งหน้านั้นเป็นสิ่งที่เข้าท่ามากๆ  แต่ปฏิบัติการลักษณะนี้บางแบบค่อนข้างจะเป็นความลับที่รู้กันเฉพาะคนที่เราไว้วางใจเท่านั้น (เช่นการแขวนป้ายใหญ่ๆ) บางปฏิบัติการก็เปิดเผยให้คนมาเข้าร่วมได้มาก และมีการประกาศในสภาโฆษก (เช่น การโจมตีด้วยใบปลิวหน้าร้านค้าของบรรษัท) ถ้ากลุ่มเครือสหายของเรากำลังเตรียมปฏิบัติการเช่นนี้ เราจำเป็นต้องทำเรื่องต่อไปนี้

  • หาทำเลเหมาะๆ
  • รวบรวมวัสดุอุปกรณ์
  • แบ่งบทบาทปฏิบัติการ (ผู้ประสานงานสื่อมวลชน ผู้ประสานงานตำรวจ ผู้เข้าหามวลชน ที่คอยพูดคุยกับคนที่ผ่านไปมา)
  • ลงมือทำ
การเข้าร่วมกับกลุ่มอื่น

การเข้าร่วมกับกลุ่มอื่น

กลุ่มเครือสหายของเราหรือสมาชิกบางคนอาจจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมปฏิบัติการท้าทายซึ่งหน้าของกลุ่มอื่น เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่กลุ่มของเราจะต้องใช้เวลาพิจารณาตัดสินใจอย่างเป็นประชาธิปไตยว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ เพราะว่าผลการตัดสินใจอาจจะเสี่ยงต่อการสูญเสียทรัพยากรต่างๆ ของกลุ่มได้

การเดินขบวนที่ได้รับอนุญาต

การเดินขบวนที่ได้รับอนุญาต

มันเจ๋งพราะที่นี่เราจะพบผู้คนมากที่สุด และมักจะเป็นกลุ่มคนที่แตกต่างกันอย่างที่สุดด้วย  ถ้าปฏิบัติการของเราเป็นกิจกรรมเข้าหามวลชนด้วยการจัดการเรียนรู้ให้แก่กลุ่มที่ยังไม่มีความคิดชัดเจนในขบวนการ เราก็จะพบกลุ่มเป้าหมายได้ที่นี่

การเดินขบวนแบบเผ่นหนี

การเดินขบวนแบบเผ่นหนี

อาจจะจัดขึ้นก่อน ระหว่าง ภายหลัง หรือแม้แต่จัดขึ้นแทนการเดินขบวนที่ได้รับอนุญาต  มันเป็นกิจกรรมที่ยอดเยี่ยมมาก เพราะการเข้ายึดท้องถนนทำให้รู้สึกว่ามีพลัง และสนุกมากตอนที่จู่ๆ ก็ “เผ่นหนี” การควบคุมของตำรวจออกไปได้  บางครั้งการออกไปทำอะไรเช่นนี้ก็มีการวางแผนล่วงหน้าไว้ก่อน แต่หลายครั้งเกิดขึ้นแบบฉับพลันจริงๆ บางครั้งเป็นวิธีที่พยายามจะทำให้คนกลุ่มหนึ่งไปถึงจุดหมายที่ใดที่หนึ่งพร้อมๆ กัน

สิ่งกีดขวาง (การสร้างและรื้อ)

เมื่อผู้คนลงไปยึดท้องถนน หลายคนอาจจะตัดสินใจว่าการสร้างสิ่งกีดขวางเป็นวิธีที่ดีในการป้องกันพื้นที่จากแนวตำรวจที่กระชับเข้ามา พวกเขาอาจจะยึดทรัพย์สินสาธารณะเช่นราวกั้นที่เป็นโลหะเพื่อเพิ่มความปลอดภัย หรืออีกทางหนึ่ง เมื่อสิ่งกีดขวางถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกันไม่ให้พลเมืองใช้สิทธิในการพูดอย่างเสรี คนบางคนอาจจะพิจารณาเห็นว่าเป็นหน้าที่ของตนที่จะรื้อสิ่งกีดขวางนั้นลง ไม่ว่าอย่างไหนก็เป็นการฝึกปฏิบัติที่ดีทั้งนั้น และเป็นบทเรียนอย่างดีในเรื่องการทำงานเป็นทีม

การทำงานร่วมกับกลุ่มนักปฏิบัติการ

นักกิจกรรมในกลุ่มของคุณอาจตัดสินใจที่จะทำงานร่วมกับกลุ่มนักปฏิบัติการ จะเป็นการดีที่สุดถ้าจะทำงานนี้เป็นคู่ดูโอหรือจับกลุ่มสามคนเพื่อจะได้ช่วยดูแลกัน แม้ว่าจะมีความรับผิดชอบต่อคณะทำงานด้านปฏิบัติการ แต่พวกเขาก็ยังคงต้องรับผิดชอบต่อกลุ่มเครือสหายด้วย และต้องพร้อมเสมอที่จะรับบทบาทสำคัญๆ ในกลุ่ม พวกเขายังคงต้องสื่อสารกันตามปกติ และต้องสนับสนุนปฏิบัติการของกลุ่ม กลุ่มนักปฏิบัติการที่จะเข้าร่วมได้มีหลากหลายด้าน เช่น  

  • กลุ่มฟู้ดนอตบอมส์ : เตรียมอาหารสำหรับนักกิจกรรม
  • หน่วยพยาบาล : จัดให้มีการดูแลบนท้องถนนให้แก่นักกิจกรรม (มักจะมีการจัดอบรมให้ก่อนปฏิบัติการหลายวัน)
  • ทีมกฎหมาย : จัดให้มีการสนับสนุนด้านกฎหมายแก่นักกิจกรรม กลุ่มนี้อาจไม่เปิดให้คนนอกเข้าร่วม แต่ถ้าเปิด ความช่วยเหลือที่พวกเขาต้องการคือ
    • ช่วยในการอบรมหัวข้อ “รู้จักสิทธิของเรา”
    • รับโทรศัพท์ในที่ทำการทีมกฎหมาย
    • รับคนออกมาจากคุก
    • จัดกิจกรรมความเป็นเอกภาพในคุก
  • ผู้สังเกตการณ์ด้านกฎหมาย : ทีมผู้สังเกตการณ์ด้านกฎหมายจะจัดเตรียมข้อมูลให้แก่ทีมกฎหมาย ซึ่งคนละทีมกัน  ผู้สังเกตการณ์ด้านกฎหมายคือผู้สังเกตการณ์อิสระที่ได้รับการอบรมและมีความสามารถ ทำหน้าที่บันทึกการติดต่อสัมพันธ์ใดๆ ระหว่างตำรวจกับผู้ประท้วง พวกเขาจะพกกล้องถ่ายรูป อุปกรณ์บันทึกเทป และกระดาษโน้ต และคอยระวังที่จะเก็บหลักฐานต่างๆ ที่อาจจะใช้ได้ในการดำเนินการทางศาล  ในการจัดปฏิบัติการครั้งหนึ่งๆ จำเป็นต้องมีผู้สังเกตการณ์ด้านกฎหมายจำนวนมาก และจะมีการจัดอบรมให้ล่วงหน้าก่อนปฏิบัติการ  แนวทางที่จะช่วยให้ทำหน้าที่ผู้สังเกตการณ์ด้านกฎหมายดูภาคผนวกซึ่งนำข้อมูลมาจากเว็บไซต์ของกลุ่มมิดไนต์สเปเชียล และกลุ่มจัสต์คอส
  • ศูนย์สื่อมวลชนอิสระ (Independent Media Center: IMC) : ลองเป็นสื่อกับกลุ่มไอเอ็มซีดูบ้าง ซึ่งมีบทบาทหลายอย่างเช่น
    • เข้าร่วมทีมผลิตวิดีโอสั้นๆ หรือหนังสือพิมพ์รายวันท้องถิ่น
    • ดูแลความปลอดภัยของการทำงาน
    • สนับสนุนด้านเทคนิคให้แก่ฝ่ายคอมพิวเตอร์ของศูนย์
    • รับโทรศัพท์ รับรายงานที่มาจากท้องถนน และนำส่งสำนักข่าว 
  • ทีมสื่อปฏิบัติการ : เป็นคนละทีมกับทีมไอเอ็มซี ปกติแล้วทีมจัดปฏิบัติการท้าทายซึ่งหน้าจะมีทีมสื่อมวลชนของตนเองคอยรับมือกับคำถามของนักข่าว และการแถลงข่าวบนเวที พวกเขาต้องการคนช่วยในด้าน
    • วิเคราะห์สื่อ
    • จัดและประชาสัมพันธ์การประชุมแถลงข่าว
    • เขียนเอกสารแถลงข่าว
    • ให้สัมภาษณ์สื่อทางโทรศัพท์หรือวิดีโอ
  • จุดนัดพบ/ศูนย์ต้อนรับ : ศูนย์นี้มักจะขาดคนช่วยทำงานอยู่เสมอ บทบาทสำคัญบางอย่างได้แก่
    • ทำหน้าที่ที่โต๊ะต้อนรับ ตอบคำถามต่างๆ ช่วยให้คนอื่นได้รับข้อมูลที่เขาต้องการ (มีการจัดอบรมให้)
    • รับโทรศัพท์
    • รักษาความปลอดภัย (มีการจัดอบรมให้)
    • ดูแลเด็ก
    • วิ่งไปหยิบโน่นหยิบนี่ ถ่ายเอกสาร 

ผู้แปล: ลภาพรรณ ศุภมันตา 

แปลจาก “mass action handbook: getting your community on the road and into the street”, http://www.uproot.info/actionhandbook/index.html

Photo by Jeppe Mønster on Unsplash

Scroll Up