ภาคผนวก 5 ความรู้พื้นฐานเพื่อการปฐมพยาบาล

สารบัญ
เนื้อหาหลักภาคผนวก

บทที่ 1 ยกปฏิบัติการขึ้นไปอีกขั้น

ในการเข้าร่วมชุมนุมหรือเข้าร่วมปฏิบัติการแต่ละครั้งเปิดโอกาสให้เราได้ใช้ชีวิตช่วงสั้นๆ ในโลกอุดมคติที่เราต่างวาดฝันไว้ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตย เราแบ่งงานกัน ช่วยกันแก้ปัญหา ดูแลกันและกัน แบ่งปันและเรียนรู้ทักษะต่างๆ ช่วงเวลาชุมนุมไม่กี่วันนั้นนับเป็นช่วงที่เราจะได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นๆ มากหน้าหลายตาที่เราไม่รู้จักมาก่อน นอกเหนือจากคนในชุมชนหรือเพื่อนพ้องเรา

บทที่ 2 เตรียมพร้อม! ข้อควรรู้เพื่อเข้าร่วมชุมนุมอย่างมีประสิทธิภาพ

การไปเข้าร่วมปฏิบัติการบนท้องถนนหรือการชุมนุมมวลชนแต่ละครั้งต้องใช้พลังงานมหาศาล ดังนั้นเมื่อเราไปถึงที่นั่นจะต้องมั่นใจว่าการไปเข้าร่วมของเราต้องได้ผล เราไม่ได้เดินทางมาตั้งไกลเพื่อที่จะ “ไปดูซะหน่อย” แต่เราเข้าร่วมก็เพื่อหนุนเสริมปฏิบัติการ เรายังทำหลายสิ่งหลายอย่างได้อีกมาก

บทที่ 3 การเป็นกลุ่มเครือสหาย และใช้ชีวิตในโลกที่คุณอยากเห็น

กลุ่มเครือสหายประกอบด้วยคนที่คิดคล้ายๆ กันหรือมีใจจะทำบางสิ่งบางอย่างมารวมตัวกัน ถ้าคุณเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนักกิจกรรม กลุ่มเครือสหายอาจจะตั้งขึ้นมาโดยคนที่สนใจจะทำงานในประเด็นใดประเด็นหนึ่งมารวมตัวกันและพูดคุยกัน เครือสหายจะกำหนดเป้าหมาย โครงสร้างและวัฒนธรรมกลุ่มของตนเอง

บทที่ 4 ปฏิบัติการสร้างความรู้

ขณะเตรียมจะเดินทางไปยังสถานที่ห่างไกลเพื่อประท้วง คุณจะพบคำถามมากมายอย่างแน่นอน ทำไมจะต้องเสียเวลาไปประท้วงด้วยล่ะ คุณประท้วงอะไร ทำไมถึงไม่ดีล่ะ คุณอาจรับมือกับคำถามเหล่านี้ทีละคำถาม หรือกลุ่มเครือสหายของคุณอาจจะจัดปฏิบัติการสร้างความรู้ขึ้นมาเองก็ได้

บทที่ 5 การเข้าหามวลชน

คนที่เกี่ยวข้องหรือมีความห่วงใยประเด็นหนึ่งๆ มีความรับผิดชอบที่จะทำหน้าที่อย่างขันแข็งในการเข้าหามวลชนในชุมชนและให้การศึกษา คณะกรรมการศิลปะและงานเขียนควรทำแผ่นพับที่พูดถึงประเด็น พูดถึงการที่จะเดินทางไปร่วมปฏิบัติการมวลชน

บทที่ 6 งานจัดการเกี่ยวกับการเดินทาง

มีเรื่องให้คิดตัดสินใจมากมายก่อนจะเริ่มต้นออกเดินทางไปยังสถานที่ปฏิบัติการ เมื่อคุณอยู่ในที่ปฏิบัติการ ระดับความเครียดก็สูงมากอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณเอาใจใส่กับเรื่องต่างๆ ต่อไปนี้ก่อนที่คุณจะจากบ้านจากเมือง คุณจะพบว่าตัวเองสามารถจดจ่ออยู่แต่เรื่องที่ว่าคุณมาร่วมปฏิบัติการนี้ทำไม

บทที่ 8 สื่อมวลชน

บ่อยครั้งที่ดูเหมือนว่าไม่ว่าเราจะทำอะไร สื่อมวลชนกระแสหลักก็ไม่ให้ความสำคัญกับนักกิจกรรมของเรา และเมินเฉยต่อความห่วงใยเรื่องประชาธิปไตยแท้จริงและกระบวนการประชาธิปไตย บางครั้งสื่อมวลชน “ทางเลือก” ก็ไม่ให้พื้นที่และความเอาใจใส่แก่เราอย่างที่เราคาดหวังจากพวกเขา ทำให้นักกิจกรรมหลายคนสงสัยว่าสื่อมวลชนนั้นคุ้มค่าความพยายามของเราหรือไม่

บทที่ 9 ที่เมืองของคุณ ในช่วงเวลาปฏิบัติการ

เพื่อให้คุณสามารถเดินทางไปเข้าร่วมปฏิบัติการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่เมืองของคุณยังมีกิจกรรมและภารกิจหลายอย่างที่ต้องทำ กิจกรรมและภารกิจต่างๆ นี้ เปิดโอกาสอย่างดีให้แก่นักกิจกรรมที่ไม่ได้เดินทางไปด้วยได้ร่วมทำบทบาทหน้าที่ ในขณะที่คุณวางแผนกิจกรรมและภารกิจเหล่านี้

บทที่ 10 เมื่อไปถึงเมืองที่มีปฏิบัติการ

และแล้ว คุณก็ไปอยู่ในที่ที่คุณอยากจะไป ในจังหวะเวลาที่คุณจะได้ทำอะไรก็ตามที่คุณตั้งใจมาทำ การหลีกเลี่ยงการก่อกวนของตำรวจหมายถึงการประพฤติตัวอย่างฉลาดและถูกกฎหมายดังที่จะได้อธิบายไว้ในส่วน “คำแนะนำเรื่องรถ” และ “คำแนะนำสำหรับคนเดินถนน” ข้างล่างนี้

บทที่ 11 กลับบ้าน หลังจากปฏิบัติการ

ออกจะเป็นเรื่องปกติที่เราจะนอนน้อยเกินไป หรือเครียดมากในระหว่างปฏิบัติการ และบ่อยครั้งที่เราไปอยู่ในเมืองที่ไม่คุ้น นอนในที่ที่ไม่คุ้น กินอาหารที่ไม่คุ้น และพบกับเพื่อนใหม่ๆ ที่เราไม่คุ้น เราอาจจะพยายามทำตัวให้มีประสิทธิภาพมากกว่าปกติเพราะว่าเดิมพันสูงกว่าปกติ

ภาคผนวก 4 การจัดการแสดงเอกภาพในคุกหรือในศาล

การแสดงเอกภาพในคุกหรือในศาล เป็นการผสมผสานเทคนิคการไม่ให้ความร่วมมือ (Non cooperation) และการต่อรองแบบหมู่ ที่กลุ่มนักกิจกรรมอาจจะนำไปใช้เพื่อเป็นการดูแลกันและกันในระบบกฎหมาย จุดผกผันของการแสดงเอกภาพเกิดขึ้นได้ก็เพราะว่าคุกหรือว่าศาลนั้น ถ้าจะดำเนินการไปได้อย่างราบรื่นก็ต้องให้คนเซื่องหรือว่าง่าย คุกคาดหวังว่านักโทษจะยอมเข้าแถว

ภาคผนวก 5 ความรู้พื้นฐานเพื่อการปฐมพยาบาล

คิดไว้ล่วงหน้า ว่าอะไรบ้างที่จำเป็นต้องมีและต้องนำไป ต้องรู้ว่าน่าจะเกิดอะไรขึ้น รู้ว่าจะหาความช่วยเหลือได้ที่ไหน และคิดวิธีการที่จะติดต่อกับเพื่อนให้ได้ถ้าหากว่าเกิดพลัดหลงกัน

ภาคผนวก 6 การเขียนใบแถลงข่าว

นักข่าวพูดภาษาเพียงภาษาเดียว นั่นคือภาษาของพวกเขาเอง ถ้าคุณต้องการจะเข้าถึงพวกเขา คุณก็ต้องพูดภาษาของพวกเขา นั่นหมายความว่าใบแถลงข่าวของคุณต้องเลียนแบบรูปแบบและวิธีการเขียนแบบข่าว มันง่ายและตรงไปตรงมา และถ้าคุณไม่ใช้แบบนี้ ใบแถลงข่าวของคุณจะไม่เป็นผล ต่อไปนี้เป็นวิธีเขียน

ภาคผนวก 8 การหนุนช่วยภาวะเจ็บปวดฝังลึก

การทำปฏิบัติการทางสังคมไม่ใช่เรื่องง่าย ในการที่จะยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งเพื่อโลก เพื่อเสรีภาพ และเพื่อสิทธิมนุษยชนในเวลาที่ยากลำบาก เรามักจะเผชิญกับความรุนแรง ที่ทำให้เจ็บปวด เราจำเป็นต้องรู้วิธีพยุงกันและกันไว้ ต้องรู้ถึงการตอบสนองแบบมนุษย์ของเราต่อภาวะเจ็บปวดฝังลึก

ข้อมูลในส่วนนี้ คัดมาจากคู่มือของกลุ่มแบล็กครอสเฮลท์คอลเล็กทีฟ รายละเอียดสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.blackcrosscollective.org/ 

การวางแผน

 ในการเตรียมตัวไปประท้วง นักกิจกรรมทุกคนควรจะ

  • คิดไว้ล่วงหน้า ว่าอะไรบ้างที่จำเป็นต้องมีและต้องนำไป ต้องรู้ว่าน่าจะเกิดอะไรขึ้น รู้ว่าจะหาความช่วยเหลือได้ที่ไหน และคิดวิธีการที่จะติดต่อกับเพื่อนให้ได้ถ้าหากว่าเกิดพลัดหลงกัน
  • มีทัศนคติที่ดี คุณมีความแข็งแกร่ง คุณสามารถยืนหยัดต่อต้านกับอะไรก็ตามที่ตำรวจใช้กับคุณได้อย่างไม่ยากเย็น และคุณก็กำลังต่อสู้เพื่อความยุติธรรม จำไว้ว่าความเจ็บปวดเป็นของชั่วคราวและพวกเราทุกคนล้วนแต่แข็งแกร่งกันทุกคน
  • รู้ว่าอาวุธหมายเลขหนึ่งที่ตำรวจใช้คือ “ความกลัว” ถ้าเราควบคุมความกลัวของเราได้แล้ว จะ สเปรย์พริกไทยหรือยุทธวิธีอื่นใดของตำรวจ เราก็สามารถรับมือได้ไม่ยาก
  • มีสามัญสำนึก ใช้ความฉลาดเฉลียวของคุณประเมินว่าอะไรเกิดอะไรขึ้น และต้องทำอะไร
  • เยือกเย็นและมีสมาธิเมื่อเหตุการณ์ตึงเครียดขึ้น ต้องว่องไวถ้าเห็นสัญญาณอันตรายหรือมีการเตือน  คอยสังเกตว่าร่างกายและจิตใจของคุณส่งสัญญาณว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ ทำให้คนที่กำลังตื่นกลัว สงบลงให้ได้
  • ระวังข่าวลือ ส่วนมากจะเป็นข่าวลวงที่สร้างความกลัว จงรับมือข่าวลือด้วยความจริงที่คุณรู้
  • จดบันทึกการกระทำ ความโหดเหี้ยมของตำรวจ อันตรายและความเสียหายที่ตำรวจกระทำ

การแต่งกายของผู้ประท้วง

  • สวมรองเท้าที่สวมสบายและปกป้องเท้าอย่างดี ที่คุณสามารถวิ่งได้ง่าย
  • เสื้อผ้าต้องปกปิดผิวหนังทั้งหมดเพื่อป้องกันแดดและสเปรย์พริกไทย
  • สวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตาที่ไม่แตก (เช่นแว่นกันแดด แว่นตาสำหรับว่ายน้ำหรือหน้ากากันแก๊ส)
  • ผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่ที่จะปิดจมูกและปาก ที่ชุบน้ำหรือน้ำส้มสายชู จะช่วยการหายใจในระหว่างที่มีการใช้อาวุธเคมี
  • เสื้อผ้าต้องเหมาะกับสภาพอากาศ เช่นมีเสื้อกันฝน หมวกกันแดด เสื้อกันหนาว
  • ถุงมือหนาๆ ถ้าคุณวางแผนจะจับกระป๋องแก๊สน้ำตา เพราะมันร้อน
  • เสื้อผ้าชุดใหม่ใส่ไว้ในถุงพลาสติกปิดผนึก เผื่อว่าเสื้อผ้าของคุณเปื้อนอาวุธเคมี
  • หมวกเอาไว้กันแดดและอาวุธเคมี

สิ่งที่จะเป็นประโยชน์กับคุณ

  • น้ำปริมาณมากๆ ใส่กระบอกน้ำที่บีบได้และมีปากเป็นกรวยเล็ก เอาไว้ดื่ม และล้างผิวหนังและตา
  • ขนมขบเคี้ยวที่ให้พลังงานสูง
  • บัตรประจำตัว หรือหมายเลขติดต่อกรณีฉุกเฉิน เฉพาะเมื่อคุณต้องการถูกปล่อยจากคุกถ้ามีการจับกุม
  • เงินแค่พอจ่ายค่าอาหาร ค่ารถ และค่าโทรศัพท์
  • นาฬิกาข้อมือ กระดา ปากกาสำหรับไว้จดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พฤติกรรมที่โหดเหี้ยม อันตรายและความเสียหายที่ตำรวจกระทำ
  • ยากันแดดที่มีน้ำหรือแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม
  • ยาดม หรือยาอื่นๆ ที่จำเป็น
  • หากต้องกินยาตามคำสั่งแพทย์ ก็เตรียมยาไว้ให้พอสำหรับสองสามวัน และต้องมีใบสั่งยาด้วย
  • สำหรับผู้หญิง ให้เตรียมผ้าอนามัยไปด้วย อย่าใช้แทมพอน (ผ้าอนามัยแบบสอด) เพราะถ้าถูกจับจะไม่มีเวลาเปลี่ยนแทมพอน (แทมพอนที่ไม่เปลี่ยนภายในเวลา 6 ชั่วโมง จะทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะมีอาการช็อคเพราะเกิดพิษ)

สิ่งที่ห้าม

  • อย่าทาวาสลีน น้ำมันแร่ ยากันแดดหรือครีมบำรุงผิวที่มีน้ำมันเป็นส่วนผสม เพราะว่ามันจะจับสารเคมีไว้
  • อย่าสวมคอนแท็กเลนส์ เพราะมันจะกักเก็บสารเคมีที่ทำให้ระคายเคืองไว้ข้างใต้
  • อย่าสวมอะไรที่จะถูกจับดึงได้ง่าย เช่นต่างหูตุ้งติ้ง หรือเครื่องประดับ เน็คไท หรือผมที่ปล่อยสยายไม่รวบเก็บ
  • อย่าไปประท้วงคนเดียว คุณควรไปกับเครือสหาย หรือเพื่อนๆ คนที่รู้จักคุณดี
  • อย่าลืมกินอาหาร และอย่าลืมดื่มน้ำมากๆ 

ข้อควรจำ

  • ข้อควรจำประการแรกสุด เกี่ยวกับการเผชิญอาวุธเคมี ก็คือ จะไม่มีสิ่งที่เลวร้ายเกิดขึ้นกับคุณ ความตื่นตกใจและความกลัวที่เกิดจากอาวุธเคมีนั้นมีเยอะมาก แต่ความจริงก็คือ ถ้าคุณระวังและมีไหวพริบ คุณก็จะเอาตัวรอดได้โดยไม่มีปัญหามากนัก
  • ข้อควรจำประการที่สอง ก็คือ ความเจ็บปวดเป็นของชั่วคราว และพวกเราทุกคนล้วนแต่แข็งแกร่งกันอย่างที่สุด
  • ข้อควรจำประการที่สาม เกี่ยวกับการเผชิญอาวุธเคมี ก็คือ มีความเชื่อมากมายเกี่ยวกับการรักษาและการป้องกัน ความเชื่อเหล่านี้หลายอย่างอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ เพราะถ้าเชื่อตามนั้น จะทำให้คุณเข้าไปตอบโต้ในช่วงที่มีการใช้อาวุธเคมีนานขึ้น หรืออย่างน้อยก็ทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับความปลอดภัย

อาวุธเคมี

มันคืออะไร 

แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทย เป็นสารประกอบทางเคมีที่ใช้เป็นอาวุธสำหรับทหารและตำรวจใช้ในการขับไล่ฝูงชนและปราบปรามบุคคล มันเป็นสารที่ก่อความระคายเคืองแก่เยื่อบุในปาก จมูก และผิวหนัง สารเคมีนี้จะผสมกับตัวทำละลาย บางคนคิดว่าสารเหล่านี้ทำให้เกิดมะเร็ง การคลอดผิดปกติและการกลายพันธุ์ ในเมืองซีแอตเติล มีช่วงหนึ่งที่มีการฉีดแก็สน้ำตาที่ผสมเมธาลีนคลอไรด์ ซึ่งเป็นตัวทำละลายที่มีความเป็นพิษสูง ที่ทำให้เกิดความมึนงง ปวดศีรษะ อาการคัน หัวใจเต้นเร็วขึ้น ภาพหลอนและเสียงหลอด ประจำเดือนผิดปกติ การแท้ง และผลกระทบต่อปอดและระบบการย่อยอาหาร

แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทยอาจจะใช้ยิงจากอุปกรณ์ยิงขนาดเล็กที่ถือได้ หรือแท็งค์ดับเพลิงขนาดใหญ่ แก๊สน้ำตาส่วนมากยิงจากกระป๋องที่เขวี้ยงใส่ฝูงชนและบางที่ก็กะให้ถูกคน อย่าหยิบกระป๋องขึ้นมาโดยไม่สวมถุงมือเพราะมันร้อนจัด ระวังให้ดีเพราะจังหวะที่คุณจะหยิบมันขึ้นมาและเขวี้ยงกลับไปนั้น คุณอาจจะถูกสารเคมีเข้าเต็มๆ

มันส่งผลอย่างไรกับคุณ

แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทยเป็นตัวสร้างความระคายเคืองแก่ผิวหนัง ทำให้เกิดการปวดแสบปวดร้อน และอาการแห้งที่ตา จมูก ปาก และทางเดินหายใจ พวกเจ้าหน้าที่นิยมใช้สเปรย์พริกไทยมากกว่าเพราะมันสร้างความเจ็บปวดในทันที ยากจะกำจัดออกจากผิว และสามารถสร้างแผลไหม้ระดับที่หนึ่งได้

ถ้าคุณถูกแก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทยอย่างใดอย่างหนึ่ง จะมีอาการ

  • ปวดแปลบๆ หรือปวดแสบปวดร้อนที่ตา จมูก ปากและผิวหนัง
  • น้ำตาไหลมากเกินไป ทำให้มองเห็นไม่ชัด
  • น้ำมูกไหล
  • น้ำลายไหลออกมามากเกินไป
  • ไอและหายใจลำบาก
  • มึนงง สับสน และบางครั้งก็ตื่นกลัว
  • บางคนรายงานว่ามีความโกรธอย่างรุนแรง ก็เป็นประโยชน์อยู่ถ้าคุณมีการเตรียมตัวอย่างดี และสามารถพุ่งสมาธิไปที่การฟื้นตัวและกลับไปยังสถานที่ที่ทำปฏิบัติการได้

ข่าวดีก็คืออาการพวกนี้เป็นอาการชั่วคราว ปกติแล้วความไม่สบายจากแก๊สน้ำตาจะหายไปภายใน 5-30 นาที แต่อาการจากการถูกสเปรย์พริกไทยที่เลวร้ายที่สุดอาจจะต้องใช้เวลา 2 นาที ถึง 2 ชั่วโมง จึงจะหายไป แต่จะหายเร็วขึ้นถ้ามีการรักษา เนื่องจากสเปรย์พริกไทยสามารถซึมเข้าสู่ปลายเส้นประสาท ผลของมันจึงยังคงมีอยู่เป็นชั่วโมงๆ หลังจากกำจัดออกจากผิวหนังแล้ว

ใครควรหลีกเลี่ยง 

  สำหรับคนที่มีสุขภาพดีแล้ว ผลกระทบของแก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทยจะเกิดขึ้นชั่วคราว แต่สำหรับบางคนแล้ว ผลกระทบอาจจะเกิดอยู่นานและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต คนที่มีสภาพดังจะกล่าวต่อไปนี้ ควรต้องระมัดระวังความเสี่ยงนี้ และอาจจะต้องการหลีกเลี่ยง จงจำไว้ว่า ในปฏิบัติการที่ตึงเครียด เราคาดเดาพฤติกรรมของตำรวจไม่ได้ และการหลีกเลี่ยงก็อาจจะทำไม่ได้เสมอไป

  • คนที่มีโรคเกี่ยวกับการหายใจ เช่นโรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง ความเสี่ยงคือ ถ้าสัมผัสกับอาวุธเคมีจะเกิดโรคจะรุนแรงขึ้น และความเสียหายแบบถาวร
  • บุคคลที่อ่อนแอ เช่นเด็กทารก ผู้สูงอายุ และคนที่ภูมิคุ้มกันตอบสนองไม่เต็มที่ ความเสี่ยงคือจะมีอาการรุนแรงและอาจจะเกิดอันตรายถึงชีวิตก็ได้
  • คนที่มีโรคเรื้อรังหรือใช้ยาที่มีผลทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เช่น เคมีบำบัด โรคภูมิแพ้ตัวเอง เอชไอวี การฉายรังสี การใช้ยากลุ่มคอร์ติโคสเตอรอยด์เป็นเวลานาน ความเสี่ยงคือจะทำให้โรครุนแรงขึ้น อาการจะรุนแรงและอาจจะฟื้นตัวได้ช้า
  • ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์หรืออาจจะตั้งครรภ์ หรือคนที่พยายามจะตั้งครรภ์ อาจจะเสี่ยงต่อการแท้ง และมีความเสี่ยงที่ทารกคลอดออกมาผิดปกติ
  • แม่ที่ให้นมลูก เสี่ยงที่จะส่งพิษผ่านไปให้ลูก
  • คนที่มีโรคผิวหนัง (เช่นมีสิวอักเสบ โรคสะเก็ดเงิน โรคผิวหนังอักเสบ) โรคตา (เช่นโรคตาแดง ม่านตาอักเสบ) ความเสี่ยงคือ อาการจะรุนแรง
  • คนที่สวมคอนแท็กเลนส์อาจจะมีอาการระคายเคืองตา และตาถูกทำลายจากสารเคมีที่ถูกกักอยู่ใต้เลนส์
  • ระวังท่าที่จะทำให้ขาดอากาศหายใจ การเสียชีวิตที่เนื่องจากสเปรย์พริกไทยเกือบทั้งหมด เกิดขึ้นเมื่อคนเหล่านั้นถูกรวบตัวไว้และถูกจับคว่ำหน้า   

การปกป้องตัวเอง

  • หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันหรือโลชั่น เพราะจะจับสารเคมีไว้ และจะทำให้สัมผัสกับสารเคมีนานขึ้น
  • ควรใช้ยากันแดดที่มีส่วนผสมของน้ำหรือแอลกอฮอล์ (ไม่ใช่น้ำมัน) แต่ถ้าคุณต้องเลือกระหว่างยากันแดดที่มีน้ำมันหรือไม่ใช้เลย เราขอเลือกใช้ยากันแดดที่มีน้ำมัน เพราะถ้าสเปรย์พริกไทยสัมผัสกับผิวที่ถูกแดดเผาจะไม่ค่อยดีเท่าไร
  • ขอแนะนำให้เปิดเผยผิวให้น้อยที่สุดโดยการสวมเสื้อผ้าปกปิดให้น้อยที่สุด จะช่วยกันแดดให้คุณได้ด้วย และอย่าลืมสวมหมวก
  • หน้ากากกันแก๊สเป็นการปกป้องใบหน้าที่ดีที่สุดถ้ามันสวมกระชับพอดีและปิดผนึกแน่น ทางเลือกอื่นๆ ก็เช่นแว่นตาสวมว่ายน้ำที่มีเลนส์แบบกันแตก เครื่องปิดจมูก หรือแม้แต่ผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่ๆ ปิดจมูกกับปากก็ช่วยได้

แว่นตาที่สวมว่ายน้ำและที่ปิดจมูก เมื่อใช้รวมกันจะเป็นทางเลือกที่ดีเท่ากับหน้ากากกันแก๊ส ควรต้องเตรียมตัวอย่างดี เลือกแว่นที่ไม่เกิดฝ้าและสวมกระชับใบหน้า ที่ปิดจมูกมีขายตามร้านที่ขายอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัย เลือกอันที่ใช้ที่กรองที่ทำด้วยสารอินทรีย์เคมี

ผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่ที่ชุบน้ำส้มสายชูที่ทำจากแอปเปิ้ล หรือน้ำธรรมดา ปิดปากกับจมูกให้แน่นก็เป็นตัวช่วยสุดท้าย ซึ่งดีกว่าไม่มีอะไรเลย แต่มันก็ไม่ใช่เครื่องที่ใช้ป้องกันได้นาน และถ้านำมาใช้ซ้ำ มันก็จะปล่อยแก๊สออกมาเหมือนกับที่ตำรวจปล่อยใส่คุณ

แว่นตาสวมว่ายน้ำชนิดกันแตกใช้ป้องกันการถูกสเปรย์พริกไทยได้ดี แว่นแบบนี้ส่วนมากจะมีช่องเล็กๆ เอาไว้กันแว่นเป็นฝ้า คุณควรใช้อีพ็อกซีปิดช่องนั้นไว้ จะเอาเทปปิดก็ใช้ได้เวลาถูกบุกโจมตีตอนแรกๆ แต่จะป้องกันไม่ได้นาน ทดลองสวมดูพร้อมกับที่ปิดจมูกหรือผ้าเช็ดหน้า อย่าลืมว่าแว่นตาสวมว่ายน้ำโดยทั่วไปแล้วไม่ได้ทำให้กระชับเพื่อป้องกันแก๊สน้ำตา

วิธีรับมือ

  • เยือกเย็นเข้าไว้ การตื่นตระหนกจะทำให้ระคายเคืองยิ่งขึ้น หายใจช้าๆ และจำไว้ว่า นี่เป็นอาการชั่วคราวเท่านั้น
  • ถ้าคุณเห็นว่ามันกำลังจะเกิดขึ้น หรือได้รับการเตือน (เช่นพวกตำรวจกำลังสวมหน้ากากกันแก๊ส) ก็รีบสวมเครื่องป้องกันทันที และถ้าทำได้ก็ให้ถอยไปหรืออยู่เหนือลม
  • สั่งน้ำมูก บ้วนปาก ไอ และถ่มน้ำลาย พยายามอย่ากลืนลงไป
  • ถ้าคุณสวมคอนแท็กเลนส์ ต้องเอาออกทันทีหรือให้ใครช่วยเอาออกให้คุณด้วยนิ้วที่สะอาดไม่เปื้อนสารเคมี ให้ทำลายทิ้งไปเลย เพราะทำความสะอาดไม่ได้อีกแล้ว 
  • อย่าถูให้สารนั้นเข้าสู่ร่างกาย

การรักษา

กลุ่มแบล็กครอสเฮลท์คอลเล็กทีฟได้ทำการทดลองกับสเปรย์พริกไทยหลายครั้งเพื่อวิธีการรักษาดีๆ หลังจากที่คุณถูกสเปรย์พริกไทย มีหลายอย่างที่คุณทำได้เพื่อจะลดอาการไม่สบาย แต่ไม่มีอะไรที่เป็นการรักษาแบบปาฏิหาริย์ การใช้วิธีการรักษาแบบนี้จะช่วยให้คุณรู้สึกดีได้เร็วขึ้น แต่มันก็ต้องใช้เวลาอยู่นั่นเอง

การรักษาเบื้องต้นสำหรับตา จมูกและปาก

คำแนะนำจากการทดลองของเราเมื่อคุณถูกสเปรย์พริกไทยโดยเฉพาะที่เยื่อบุที่มีเมือก (ตา จมูก ปาก อวัยวะเพศ) คือให้ล้างตาด้วย สารละลายที่มีน้ำครึ่งหนึ่งและยาลดกรดในกระเพาะ(กลุ่มยาแอนตาซิด) ชนิดน้ำครึ่งหนึ่ง ต้องเป็นยาแอนตาซิดที่ผสมอลูมินัมไฮดรอกไซด์ หรือแมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ เราไม่เคยทดลองกับยาแอนตาซิดที่ผสมไซเมธิโคน เลยไม่แนะนำ

กระบอกน้ำดื่มที่ปากเป็นกรวยแคบนั้นดีมากเวลาล้างตา ต้องล้างจะมุมหัวตามายังหางตา เงยหน้าขึ้นและเอียงศีรษะไปข้างๆ และล้างตา น้ำต้องเข้าไปในตาด้วย คุณอาจจะต้องช่วยเปิดตาคนที่เป็นเหยื่อด้วย เพราะพวกเขามักจะไม่อยากลืมตาหรือลืมตาไม่ได้ การเปิดตาจะเพิ่มความเจ็บปวดชั่วคราวแต่จะเป็นประโยชน์

ล้างปากด้วยจะได้ผลมาก ตราบเท่าที่คนคนนั้นยังรู้ตัว และสามารถจัดการกับการหายใจของตนได้

การรักษาเบื้องต้นสำหรับผิวหนัง 

อันตราย! 

กฎพื้นฐานของเราคือต้องไม่ทำให้เกิดอันตราย ถ้าคุณทำการดูแลไม่ถูกต้องแล้ว คุณอาจจะทำให้คนอื่นเกิดอันตรายได้ คุณต้องได้รับการฝึกจากผู้มีประสบการณ์ก่อนจึงจะทำได้

เราขอแนะนำให้ทำความสะอาดผิวหนังบริเวณที่ได้รับสารด้วยน้ำมันแร่และต้องเช็ดออกโดยทันทีด้วยแอลกอฮอล์ล้างแผล กระบวนการนี้เรียกกันในหมู่นักกิจกรรมที่เป็นแพทย์ว่า MOFIBA 

สำคัญอย่างยิ่งที่ต้องทำที่ผิวหนังในบริเวณเล็กๆ ที่ทำงานได้สะดวก ถ้าน้ำมันแร่อยู่บนผิวนานเกินไป คือเกินกว่า 30 วินาที ความเจ็บปวดจะรุนแรงขึ้นและจะเกิดแผลไหม้ อย่าทำการรักษาอย่างนี้จนกว่าคุณจะแน่ใจว่าคุณมีเวลามากพอที่จะทำให้เสร็จ (เช่นในที่ที่ปลอดภัยแล้ว)
ใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำมันแร่ ถูบริเวณผิวที่สัมผัสสารบริเวณเล็กๆ ให้ทั่ว (ใช้น้ำมันพืชก็ได้) ต้องระวังอย่าทำบริเวณดวงตา และรีบใช้ผ้าก๊อซชุบแอลกอฮอล์ล้างแผล ถูแรงๆ ให้น้ำมันแร่ออกให้หมด ต้องระวังบริเวณดวงตาเป็นพิเศษ พับผ้าก๊อซให้ดีเพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องจับถูกส่วนที่เปื้อนสารเคมี

ย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าต้องทำขั้นตอนนี้จนเสร็จอย่างสมบูรณ์ น้ำมันแร่ที่ตกค้างอยู่บนผิวจะทำหน้าที่ดักจับสเปรย์พริกไทยและทำให้เกิดความเจ็บปวดที่ไม่จำเป็น 

การรักษาระดับที่สอง

การรักษาระดับที่สอง หมายรวมถึงการเดินไปมาพร้อมกับเหยียดแขนออก เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนออก และอาบน้ำเย็น

เป็นเรื่องสำคัญที่คุณต้องอาบน้ำและซักเสื้อผ้าทันทีที่ทำได้ คราบที่ติดอยู่นั้นเป็นพิษ และยังคงเปื้อนถูกคุณหรือคนอื่นรอบๆ ตัวคุณได้อีกเรื่อยๆ จนกว่าคุณจะกำจัดมันออกไป ก่อนที่คุณจะได้อาบน้ำหรือซักเสื้อผ้า อย่าแตะต้องดวงตา หรือใบหน้าของคุณเองและของคนอื่น เครื่องเรือน พรม หรือสิ่งอื่นใด เพื่อป้องกันการแพร่พิษต่อไปอีก อาบน้ำที่เย็นที่สุดที่คุณจะทนได้ (จะเปิดรูขุมขนของคุณ) และซักผ้าด้วยผงซักฟอกชนิดแรงๆ 

การดูแลรักษาภายหลังเหตุการณ์

สามารถใช้สมุนไพรในการดูแลรักษาสุขภาพจิต การบาดเจ็บ และการสัมผัสอาวุธเคมีได้ โดยทั่วไป การใช้สมุนไพรแม้จะปลอดภัย แต่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากว่าคุณกำลังตั้งครรภ์ ป่วยหนัก หรืออยู่ระหว่างการใช้ยารักษาโรค  ให้หยุดใช้สมุนไพรหากมีการแพ้ อาการกำเริบ หรือไม่ดีขึ้น สมุนไพรสามารถซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายสินค้าเพื่อสุขภาพ

โดยทั่วไปแล้ว คุณควรพักผ่อน ดูแลตัวเอง และไปปรึกษาแพทย์หากอาการทางกายและทางอารมณ์คงอยู่นานกว่าที่คุณคิดว่าควรจะเป็น ถ้าคุณไปพบแพทย์ การเก็บสำเนาบันทึกการรักษาและอาการไว้ อาจจะเป็นประโยชน์ในอนาคต ถ้าหากคุณวางแผนจะดำเนินการด้านกฎหมายต่อตำรวจ 

การดูแลด้านอารมณ์

มีคนบางคนที่ความเครียดยังคงค้างอยู่ในร่างกายภายหลังจากการประท้วง และแสดงออกโดยการนอนหลับไม่สนิท ฝันร้าย กระวนกระวาย กลัว หรือว่าหดหู่ ความเครียดนี้ยังกระตุ้นความเครียดที่เกิดจากเหตุการณ์ในอดีต ซึ่งมีชาสมุนไพรหลายชนิดที่จะช่วยผ่อนคลายประสาทและความเครียด ช่วยให้นอนหลับ ชาจีนก็ช่วยได้เช่นกัน

มีสิ่งอื่นๆ อีกหลายอย่างที่คุณอาจจะทดลองทำเพื่อขจัดความเครียด ความเศร้า ความกังวล ที่เกิดตามมาภายหลังการประท้วง เช่น ใช้น้ำมันหอมระเหย เล่นโยคะ นั่งสมาธิ พูดคุยกับเพื่อนๆ เกี่ยวกับประสบการณ์หรือความเห็นของคุณต่อการประท้วง

การดูแลอาการบาดเจ็บ

มีสมุนไพรหลายชนิดที่จะช่วยให้ร่างกายหายจากการบาดเจ็บได้เร็วขึ้น ร่างกายเสียหายน้อยลงจากการบาดเจ็บเช่นรอยบาด รอยถลอก แผลฟกช้ำ ข้อต่อหัก เป็นต้น 

การดูแลหลังจากสัมผัสอาวุธเคมี

การสัมผัสกับ “สารที่ทำให้ไร้ความสามารถ” มากเกินไป เช่นแก๊สน้ำตาและ/หรือสเปรย์พริกไทย ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพเป็นเวลานานได้ สารเหล่านี้สามารถทำลายเยื่อบุที่ทำหน้าที่ปกป้องปอด ซึ่งทำให้เรามีความเสี่ยงที่จะมีการติดเชื้อในปอดหรือเป็นโรคเกี่ยวกับปอดได้ นอกจากนี้ พิษจากอาวุธเคมีอาจจะติดอยู่ตามเนื้อตัวของเรา และสร้างภาระให้กับตับและระบบภูมิคุ้มกันโดยรวมของเรา มีหลายขั้นตอนที่คุณทำได้เพื่อที่ลดอันตรายจากการสัมผัสสารพิษนี้ บางขั้นตอนต้องรีบทำโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ภายหลังจากสัมผัส บางขั้นตอน ก็ต้องทำเป็นประจำเป็นสัปดาห์ๆ ภายหลังจากการสัมผัส

พยายามอย่านำเสื้อผ้าที่เปื้อนอาวุธเคมีเข้ามาในบ้าน เว้นแต่ว่าคุณห่อมันไว้ในถุงพลาสติก ให้สระผมทันทีที่คุณทำได้ และซักผ้าเปื้อนด้วยผงซักฟอกชนิดแรงๆ

สำคัญมากที่คุณต้องช่วยร่างกายของคุณขจัดสารพิษออกไปให้เร็วที่สุด และได้ผลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่จะลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว ต่อไปนี้ คือสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อช่วยขจัดสารพิษ และเสริมระบบภูมิกันของคุณ ภายหลังจากสัมผัสอาวุธเคมี

  • น้ำ พยายามดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร บีบมะนาวใส่ในน้ำด้วย จะช่วยได้มากยิ่งขึ้น
  • บำรุงตับ ใช้ผัก ผลไม้ หรือสมุนไพรที่มีสรรพคุณบำรุงตับ เป็นเวลาราว 2 สัปดาห์ภายหลังจากสัมผัสอาวุธเคมี ตับของคุณจะต้องทำงานมากกว่าเดิมในการกรองสารพิษ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ คาเฟอีน อาหารที่มีไขมันและสูง อาหารทอด เพื่อช่วยให้ตับทำงานง่ายขึ้น นอนให้เป็นเวลาก็สำคัญเช่นกัน เพราะตับจะทำงานในขณะที่คุณหลับ 
  • บำรุงปอด  ใช้ผัก ผลไม้ หรือสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงปอด โดยเฉพาะเมื่อคุณมีอาการหอบหืด หรือไอ 
  • อาหารที่มีเส้นใยสูง ข้าวหรือธัญพืชที่ไม่ขัดสี จะช่วยทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ 
  • ดีเกลือขัดตัว อาบน้ำอุ่น แล้วใช้ผงขัดตัว (สครับ) ที่ผสมดีเกลือ และทิ้งไว้ 10-15 นาทีก่อนที่จะล้างออกให้หมด จะช่วยขัดสารพิษออกไปจากตัว และต้องดื่มน้ำตามมากๆ 

ผู้แปล: ลภาพรรณ ศุภมันตา 

แปลจาก “mass action handbook: getting your community on the road and into the street”, http://www.uproot.info/actionhandbook/index.html

Scroll Up